[PR]
×
[PR]上記の広告は3ヶ月以上新規記事投稿のないブログに表示されています。新しい記事を書く事で広告が消えます。
Nobuta wo produce’s Fan fic. SR3 :: Bokura no hadachi 04 (END) [ Akira x Shuji ]
บทพิสูจน์ ..ของอากิระ...
..บทพิสูจน์ ที่จะทำให้ชูจิ...รับรู้ความรู้สึกแท้จริง.....
ร่างสองร่างยังอยู่ในท่าเดิม มีเพียงแขนที่คลายอ้อมกอดลงแล้ว อากิระ ไม่ได้รั้งชูจิให้แนบชิดเหมือนทีแรก เขาปล่อยมือจากเอวบางนั้น มือข้างหนึ่งเปลี่ยนมายึดใบหน้าขาวให้หันมองทางเขา และใกล้เขามากขึ้น...มากขึ้น
ดวงตาสองคู่ที่ประสานกัน ลมหายใจที่รินรดกัน เสียงหัวใจเต้นดังจนหูอื้ออึงไปหมด ชูจิจ้องมองอากิระ...ใบหน้านั้นใกล้ลงมาเรื่อยๆ จนสุดท้ายดวงตาเรียวสวยก็เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ และยอมปิดเปลือกตาบางลงในที่สุด
..สัมผัสแรกคือความอ่อนนุ่มที่ริมฝีปาก...จูบในแบบเดิมๆ ของอากิระ ที่เกิดขึ้นระหว่างกันแม้จะนับครั้งได้ แต่เพียงชั่ววูบที่อากิระถอนริมฝีปากออก และจูบลงครั้งใหม่ สัญชาติญาณของชูจิ รู้ได้ทันทีว่า ที่ผ่านมา นั่นเป็นเพียงแค่การเริ่มต้นเท่านั้น
หัวใจที่เต้นดังมากกว่าเดิมราวกับอยู่นอกอก ดังมากๆจนชูจิแทบไม่รับรู้อะไรอีก นอกจากจูบลึกๆ ที่อากิระมอบให้ ริมฝีปากที่พยามบังคับให้ชูจิตอบรับ...ทั้งละให้ห่างออก และแตะซ้ำลงไปใหม่ ไล่ต้อนบังคับปากที่ปิดสนิทแน่นนั้นอยู่หลายครั้ง จนสุดท้ายชูจิก็เผลอไผลตอบรับออกไปในที่สุด...
บทพิสูจน์ ที่เริ่มเพียงข้อแรก
แบบทดสอบที่คนทำไม่เคยรับรู้ว่า จริงแล้ว เนื้อหาทั้งหมดนั้น คืออะไร
...ตุ๊บ...
แม้ร่างจะล้มลงแนบพื้นไปด้วยกัน แต่กลับไม่ทำให้อากิระหยุดแม้เพียงชั่วอึดใจ ริมฝีปากบางที่อากิระไม่ยอมปล่อยให้เป็นอิสระ...ยิ่งมีโอกาส ยิ่งเอาแต่ใจ เมื่อชิมแล้ว ก็ยากที่จะหยุดลิ้มลอง มีแต่จะยิ่งกินยิ่งดื่มให้รู้รสจนลึกซึ้งมากขึ้นเรื่อยๆ...
อากิระไม่จูบเขาอีกแล้ว...ชูจิหายใจสะดุดทันทีที่รู้สึกถึงไออุ่นร้อนตรงต้นคอ...และแทบลืมหายใจ เมื่ออากิระกดริมฝีปากลงแรง เม้มย้ำ จนบริเวณที่สัมผัสกลายเป็นสีแดงระเรื่อ...ความร้อนในกายทวีสูงขึ้น ร้อนมากจนชูจิต้องปล่อยลมหายใจออกมาแรงๆ... เหมือนคนเหนือร่างจะรู้ใจร่างกายแทนเขา ชุดนักเรียนตัวนอกจึงถูกปลดออก ก่อนดึงให้พ้นจากร่างกายบอบบาง และอากิระเอง ก็ทำเช่นเดียวกัน
...ดวงตากลมโตหยุดมองคนใต้ร่าง ดูเหมือนอากาศเย็นในตอนนี้จะไม่ช่วยอะไรเลย เสื้อยืดตัวในชุ่มเหงื่อบางๆ ชูจิยังคงหายใจหนักๆ ... มาถึงตอนนี้ อากิระกำลังเฝ้ารอชูจิอยู่ทุกวินาที รอฟังคำที่จะให้เขาหยุดการกระทำอันรุกราน คำที่จะทำให้เขาเลิกบทพิสูจน์ทั้งหมด หนึ่งในสองคำที่เขารอจะได้ยิน...แต่จนถึงตอนนี้...ทั้งที่ริมฝีปากบางแดงช้ำขนาดนี้ เขากลับไม่ได้ยินถ้อยคำเหล่านั้นเลย แม้เพียงซักครั้งเดียว...
“ชูจิ”
“..........” ลืมตาขึ้นมอง......อากิระกำลังค่อมอยู่บนร่างของเขา
“ได้มั้ย? ชูจิ”
“..........” ไม่มีเสียงใดๆ ตอบกลับมา...ยกเว้น..เสียงของหัวใจ
“ถ้าไม่ตอบ ฉันจะถือว่านายไม่ขัดขืนนะ”
“..........” หลับตาลง.....ไม่รับรู้อะไรอีกแล้ว.....
ฟุ่บ
ร่างเล็กถูกอุ้มขึ้น ชูจิไม่เหลือแรงแม้แต่จะถามว่ากำลังถูกพาไปทำอะไรหรือที่ไหน....เสียงประตูที่ปิดดังทำให้สะดุ้ง แต่คงไม่เท่ากับเมื่อรู้สึกว่า แผ่นหลังกำลังสัมผัสลงกับฟูกหนา ที่เขาใช้เป็นที่นอนเมื่อคืนนี้
บนฟูกผืนเดียวกัน
กับคนๆ เดียวกัน
แต่สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้
ไม่มีทางเหมือนกันกับที่ผ่านมาแน่นอน
เสื้อยืดถูกถอดออกไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ...อากิระกดปลายจมูกโด่งลงบนแก้มนุ่มทั้งซ้ายและขวา ก่อนที่กลีบปากบางจะถูกปิดสนิทลงด้วยริมฝีปากอิ่มอีกครั้ง ....อากิระเลื่อนจูบมาสำรวจเนื้อตัวขาวที่เปลี่ยนเป็นสีชมพูอ่อน กดและย้ำ ประทับรอยแทบจะทุกตารางนิ้วบนร่างกายของชูจิ
...แน่ล่ะ ไม่ใช่แค่นี้...บทพิสูจน์ ยังมีมากกว่านี้
กางเกงตัวนอกและชั้นในถูกร่นและรั้งลงไปถึงปลายเท้า ร่างกายที่ไม่เหลืออะไรปกปิดเลยซักชิ้น......ทำถึงขนาดนี้....อากิระก็ยังไม่ได้ยินสิ่งที่คาดว่าชูจิจะต้องพูดหมือนที่ผ่านมาเลยซักคำ
...บทพิสูจน์ ที่เริ่มขึ้นอีกครั้ง คำถามที่มีเพียงแค่เลือกว่า ใช่หรือไม่ใช่
ร่างกายที่ถูกทำให้รู้สึกมากขึ้น...ชูจิน้ำตารื้นเพราะการกระทำของอากิระ ไม่ใช่แค่จูบอีกแล้ว ที่อากิระมอบให้ แต่มากมายกว่านั้น ยิ่งไปกว่านั้น....แรง มากกว่านั้น...
“อ...อากิระ”...เสียงที่สั่นจนห้ามไม่ได้...เรี่ยวแรงถูกใช้ไปกับการแบกรับความรู้สึกของอากิระไว้ทั้งหมด
“...พอ..พอแล้ว...พอแค่นี้”
พูดให้มากกว่านี้สิ ชูจิ แค่เพียงพูดออกมา แค่พูดว่า ไม่ชอบ หรือ เกลียด เท่านั้น.....
“อย่า...อ๊ะ”
ห้ามกันไม่ได้อีกแล้ว เกินขีดจำกัดแล้ว.....
“อา..กิระ...อื้อ”...เจ้าของชื่อทำได้เพียงแค่ปลอบประโลม...จูบซับน้ำตาและพร่ำพูดในคำหวานล้ำนั้น
“รัก ชูจิ” บอกเสียงแหบพร่า แม้รู้ว่าชูจิอาจไม่ได้ยิน แต่ไม่เป็นไร ต่อจากนี้ จะพูดอีก พูดจนกว่าจะเอ่ยออกมาเป็นคำๆ เดียวกัน
“รัก” ในซักวัน....ชูจิอาจจะเข้าใจ เช่นเดียวกับที่อากิระเข้าใจ.......
.
.
.
.
.
.
...กรุ๊ง กริ๊ง....
...กระดิ่งใบเล็กในห้องนอนไหวแรง ไปตามกระแสลมเย็นที่พัดผ่าน ปลุกร่างเล็กภายใต้ผ้านวมหนาให้รู้สึกตัวตื่นอย่างช่วยไม่ได้ เปลือกตาบางลืมขึ้นช้าๆ แสงสว่างยามสายเรียกสติจนต้องลุกขึ้นนั่งแทบจะทันที...สิ่งที่นึกถึงอย่างแรกคือเวลากลับบ้าน แต่เมื่อเห็นสภาพตัวเอง หลังจากผ้าห่มหล่นจากตัวมากองอยู่ตรงหน้าตัก ..ดวงตาหรี่ปรือโตขึ้นเป็นสองเท่า ...ท่าจะมีเรื่องร้ายแรงกว่าที่ชูจิกลับบ้านผิดเวลาซะแล้ว......
ชูจิก้มมองตัวเอง...ร่างกายไม่มีเสื้อผ้าติดตัวอยู่เลยซักชิ้น รอยสีเข้มเด่นชัดอยู่ทั่วทั้งช่วงอก...ไหนจะความระบมอ่อนๆ ตรงสะโพกนี่อีก....ภาพที่ไม่ต้องรีรัน เหตุการณ์เมื่อคืนผุดขึ้นราวกับถูกเมมโมรี่ไว้...ตอกย้ำให้รู้ว่า ชูจิ พลาดไปแล้ว!!
“ตื่นแล้วเหรอออ ห๊าววว อรุณสาหวาด ชู่จิ มายด้าร์ลิงค์” ตัวก่อเรื่องทักทายขึ้น ขณะเปลี่ยนท่าเป็นนอนตะแคงมองคนที่นั่งอยู่บนฟูกข้างกันตาแป๋ว....
ชูจิไม่กล้าแม้จะหันไปมองหน้า ได้แต่กัดริมฝีปากตัวเองเบาๆ นึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นซ้ำไปซ้ำมา...นี่เขาปล่อยให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นได้ยังไง????
“เพราะว่าชูจิรักฉันน่ะสิ ชูจิรักฉันน่ะ แค่นี้ก็ยังไม่รู้อีกเหรอ??” ราวกับอ่านใจกันได้ อากิระลุกขึ้นนั่งบ้าง เสมองคนตัวเล็กที่หน้าซีดเป็นกระดาษ ชูจิคงจะตกใจมากล่ะสิที่สุดท้ายแล้ว เขากับชูจิก็ลงเอยกันได้แบบนี้....สมใจอย่างที่เขาหวังอยากจะให้เป็นซะเหลือเกิน
“นายต้องรับผิดชอบเค้านะชูจิ อย่างทิ้งเค้านะ”
คนตัวโตกว่าโผเข้ากอดรัดชูจิเกือบทั้งตัว ฝ่ายเสียหายนึกอยากจะด่านัก แต่ยังไม่ทันได้อ้าปาก แกมอูมๆกับปากอิ่ม ชิงทำหน้าที่ได้อย่างช่ำชอง หยุดชูจิด้วยจูบจนนิ่งสนิทไปเลยทีเดียว
จูบลึกๆ ของอากิระ ทำให้ใบหน้าใสกลายเป็นสีแดงเข้ม ชูจิปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เพราะสิ่งนี้ทำให้เขาเคลิบเคลิ้มจนคล้อยตามทำเรื่องเหนือความคาดหมายลงไปได้...ชูจิก้มหน้างุดทันที หลังริมฝีปากห่างจากกัน อากิระแล๊บลิ้นสีสดเลียริมฝีปากล่างเล็กน้อย ยิ่งทำให้ชูจิหน้าร้อนฉ่ามากขึ้นไปอีก....
“หน้าแดงแบบนี้แสดงว่าชอบล่ะซี้~” อากิระพูดพลางยื่นหน้าเข้าไปใกล้ หวังให้ปลายจมูกโด่งเฉียดเข้ากับแก้มใส
“ใคร..ใครจะไปชอบนายกัน” ก้มหน้าจนคางชิดอก
“อะไรกัน เมื่อคืนนี้ออกจะว่าง่ายอยู่แท้ๆ”
“บ..บ้าเรอะ ใครโดนแบบนี้ก็ต้องรู้สึกเหมือนกันหมดน่ะแหละ!! ปล่อยได้แล้ว ฉันจะกลับบ้าน!!” ชูจิผลักร่างหนาออก กัดฟันลุกขึ้นจากฟูก รีบคว้าเสื้อผ้าที่กองอยู่หนีเข้าห้องน้ำไป
“อาบเร็วๆ นะ ชู่จิคุ๊ง ฉันว่าเราต้องเดินกลับบ้านนายซะแล้วล่ะ งดจักรยานวันนึงแล้วกันเนอะ”
“หุบปากไปเลย ไอ้บ้าอากิระ!!!” เสียงโวยวายดังขัดกับเสียงหัวเราะชอบอกชอบใจ จะมีซักกี่ครั้ง ที่อากิระจะเป็นฝ่ายเหนือกว่าได้ขนาดนี้กันนะ?
คนตัวโตหงายผึ่งลงบนฟูกอีกครั้ง...พื้นที่ว่างข้างกายนั้นยังคงอบอุ่น...ริมฝีปากอิ่มยกยิ้มขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด มากมายยิ่งกว่าความฝัน อากิระไม่อยากจะเชื่อตัวเองเลยว่า เขาจะได้ชูจิมาครอบครองแล้วจริงๆ.....
...ต่อจากนี้ จะต้องห่วงอะไร ในเมื่อ...ชูจิกับอากิระ....เป็นหนึ่งเดียวกันแล้วโดยสมบูรณ์...
.
.
.
.
.
.
ณ ปลายเดือนมีนาคม ในปีถัดมา...
...ทะเลในฤดูหนาว ไม่ได้สวยงาม หรือ อบอุ่นดังเช่นในฤดูร้อน เรือหาปลาหลายลำจอดนิ่งอยู่ริมฝั่ง คลื่นลมที่แรงมากกว่าปกติทำให้หาดทรายร่างผู้คน ...ภาพที่ดูไร้ชีวิตชีวา ทำให้ปวดหนึบตรงหัวใจอย่างห้ามไม่ได้......
...ชูจิก้มมองปลายเท้าของตัวเองจมลงไปในทรายเม็ดละเอียด....หน้าหนาวแม้แต่ทรายก็ยังเป็นสีเข้มจนน่าใจหาย...
“แอบหนีออกมาก่อน ปล่อยให้ฉันตามหาซะแทบแย่ มายืนแช่เท้าอยู่แบบนี้ เดี๋ยวก็ป่วยกันพอดี” น้ำเสียงขึ้นจมูกเอ่ยถาม หลังจากตามหาคนตัวเล็กที่แอบหนีออกมาจากหอประชุม...วันนี้ ในช่วงเวลาที่ฤดูหนาวกำลังจะสิ้นสุด...พิธีจบการศึกษาถูกจัดขึ้นในช่วงนี้ของทุกปี รุ่นน้องทุกคนจะมารวมตัวอยู่ที่หอประชุมใหญ่ เพื่อร่วมกันแสดงความยินดี และส่งท้ายรุ่นพี่ปีสามที่กำลังจะพ้นจากรั้วโรงเรียน...
“คิดอะไรอยู่เหรอ? เป็นอะไรรึเปล่า?” อากิระถามด้วยความเป็นห่วง ทำไมเขาจะดูไม่ออกว่าคนตัวเล็กกำลังสั่นอยู่น้อยๆ...
ชูจิส่ายหน้าเบาๆ ไม่ใช่ว่าเขาโกหก แต่เพราะนึกอะไรไม่ออกเลยจริงๆ.
“ฉันว่ากำลังจะกลับเข้าไปอยู่พอดีน่ะ” ชูจิกอดอก ห่อตัวเข้ากับเสื้อกันหนาวที่เขาสวมทับชุดนักเรียน...แต่ทั้งที่อากาศไม่ได้เย็นจัดมากกว่าปกติ ทำไมถึงห้ามไม่ให้สั่นได้ยากนักก็ไม่รู้...ห้ามได้ยากจนอยากร้องไห้.....
ร่างเล็กตั้งใจจะเดินกลับเข้าไปในโรงเรียน แต่ดันปะทะเข้ากับอีกร่างที่ยืนประชิดอยู่กับตัวเขา....อากิระรั้งไหล่บางทั้งสองข้าง ยึดชูจิไว้ไม่ให้หลบหน้าหนี...
ชูจิก้มหน้า...หายใจสะดุด เมื่อรับรู้ถึงความอ่อนโยนผ่านฝ่ามือที่จัดไรผมให้เขา
ไม่มีคำพูด ไม่มีคำถามใดๆ ในเมื่อต่างฝ่ายต่างรู้ดีว่า ไม่นาน วันนี้ต้องมาถึง
วันของการจากลา...วันที่คนหนึ่ง ต้องห่างจากอีกคนหนึ่งไป...
การสอบครั้งใหญ่จบลงแล้ว วันแห่งพิธีการถือเป็นวันสิ้นสุดการค้นหาความสุขอันแท้จริง....ซึ่ง อากิระ ได้ค้นพบความสุขที่ว่านั้นแล้ว...
ความสุขที่แท้จริงของเขา คือการได้รัก
และการได้รักชูจิ เป็นความสุขยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับเขา....
...จูมพิตอ่อนโยนจากอากิระ มาพร้อมกับน้ำตาที่ชูจิไม่อาจกลั้นเอาไว้ได้...แม้จะทำใจยอมรับซักแค่ไหน ...แต่การจากลา ไม่ใช่เรื่องที่จะเต็มใจยิ้มรับได้โดยง่ายนัก...
ฝ่ามืออุ่นปาดหยดน้ำบนแก้มใสให้...อากิระโอบกอดชูจิเอาไว้แนบแน่น...เสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะเนิบนาบ ทำให้อากิระห้ามน้ำตาไม่ให้รื้นอย่างยากลำบาก ...แรงสะอื้นของคนตัวโตกว่า เรียกเสียงหัวเราะเบาๆ จากคนในอ้อมกอดของเขา
“นายตัวโตกว่าฉันอีกนะอากิระ อย่าร้องไห้เป็นเด็กอย่างนี้สิ” ชูจิผลักร่างหนาออกเล็กน้อย ให้เขาสามารถมองเห็นหน้าของอีกฝ่ายได้ชัดเจนขึ้น
“ก็ชูจิก่อนร้องนี่นา...ใครจะไปทนได้เล่า” อากิระว่าขณะถูกเช็ดน้ำตาให้เหมือนกับที่เขาทำให้ชูจิเมื่อครู่...
“งั้นก็ เลิกร้องได้แล้ว...แค่ห่างกันไปไม่ใช่รึไงนะ นี่ไม่ใช่การจากกันตลอดไปซักหน่อย”
“แต่ว่าฉันไม่อยากห่างจากชูจิซักนิดเลยนี่นา ชูจิไม่คิดอย่างนั้นเหรอ?” น้ำเสียงขึ้นจมูกเอ่ยถามเอาแต่ใจ
“คิดสิ...คิดไม่ต่างจากนายหรอก ไม่งั้นฉันจะมาร้องไห้แบบนี้รึไงนายนิ่”
“ชูจิรักฉันจริงๆ ด้วยสินะเนี่ยะ...แค่นี้สำหรับฉันก็ดีที่สุดของที่สุดไปแล้ว”
“เฮ้อ จะว่าไป ห่างกันบ้างก็ดีเหมือนกัน”
“อ้าววววว ทำไมอ่ะ” อากิระท้วงขึ้นแทบจะทันที
“ก็เวลาฉันอยู่กับนายแล้ว ไม่เป็นตัวของตัวเองทุกทีน่ะสิ” ชูจิว่าก่อนเดินหนี ไม่พ้นถูกอากิระไล่ตาม จนกลายเป็นวิ่งไล่กันไปโดยไม่รู้ตัว...
.......
.....
ท้องทะเลสีครามและผืนทราย... เรื่องราวแท้จริงของชูจิและอากิระเกิดขึ้นที่นี่...และความสุขอันแท้จริงของชูจิและอากิระ ก็เกิดขึ้นที่นี่เช่นกัน
โชคชะตาที่พาให้ทั้งคู่ได้มาพบกัน วันเวลาที่ผันผ่านสร้างบางสิ่งบางอย่างที่ต่างฝ่ายไม่เคยรู้จักให้ได้เรียนรู้ ได้เข้าใจ และถูกเชื่อมโยงเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว...
.....
.......
แม้ไม่รู้ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนี้ จะเป็นไปในทิศทางใด
แต่จะต้องกังวลอะไรในเมื่อ
อากิระ มี ชูจิ
ชูจิ มี อากิระ
อากิระ กับ ชูจิ
สองหัวใจ ที่รวมเป็นหนึ่งเดียวกัน จากนี้และตลอดไป.....
Bokura wa eien ni
itsumademo futari de hitotsu datta
ไม่ว่าเมื่อไหร่ พวกเรา จะเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างนี้ตลอดไป...
.......
.....
...End of Bokura no hadachi…
//////////////////////////////////////////////////////////////////////
(แถมท้าย)
“กลับมาแล้ว”
“ยินดีต้อนรับครับพ่อ” เสียงพี่น้องสองคนประสานขึ้นอย่างดีใจ เมื่อเห็นว่าวันนี้พ่อบ้านกลับเร็วกว่าปกติ
“ทำไมวันนี้กลับเร็วจังฮะ นี่ผมยังทำกับข้าวไม่เสร็จเลย” ชูจิชะโงกหน้าออกมาจากในครัว มือยังเป็นระวิงกับการทำมื้อเย็น เลยส่งตัวแทนเป็นโคจิให้เข้าไปบริการคุณพ่อที่โซฟา
“วันนี้งานเสร็จเร็วน่ะ แล้วก็ พ่อมีเรื่องสำคัญจะรีบมาบอกพวกเราด้วย”
“อะไรเหรอฮะ? เราต้องย้ายบ้านกันอีกแล้วเหรอ?” โคจิแกล้งว่าเล่น
“เอ๊ะ?? รู้ได้ยังไงกันล่ะเรา” คำถามของพ่อทำเอาโคจิสะดุ้ง โดยเฉพาะคนที่ทำกับข้าวอยู่ในครัว.......
จากวันที่อากิระกลับไปโตเกียว นี่ก็อาทิตย์นึงแล้ว ...เขายังไม่ได้รับการติดต่อกลับมาจากอากิระเลยว่าเป็นยังไงบ้าง...แล้วนี่เขา...ยังต้องมาย้ายบ้านไปที่อื่นอีกรอบงั้นเหรอ??
ชูจิตัดสินใจหยุดมือทำกับข้าว เดินไปที่โซฟา นั่งฝั่งตรงข้ามกับพ่อและน้องชาย
“พ่อพูดจริงรึเปล่าครับ?”
“อือ พวกเราต้องย้ายกันอีกแล้วล่ะ”
“ง่า ย้ายอีกแล้วเหรอ ผมเพิ่งจะชินกับที่นี่เองนะ งื่อ เบื่อๆๆๆ เบื่ออ่ะ” โคจิกลิ้งไปกลิ้งมาบนโซฟาอย่างเอาแต่ใจ เมื่อได้ฟังคำยืนยันจากพ่อ
ชูจิพยายามไม่แสดงออกทางสีหน้า เขาเพิ่งต้องห่างจากอากิระ...นี่ยังจะต้องมาปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นอีกแล้วหรือนี่?
“แล้ว ไปไกลมั้ยครับพ่อ?”
“ไกลมากอยู่นะ คราวนี้พ่อโดนให้ย้ายขึ้นไปน่ะ”
“เมืองไหนเหรอครับ?” ฮอกไกโด ฟุริโนะ หรือ ไกลกว่านั้นกัน...
“พ่อโดนย้ายให้ขึ้นไปทำงานที่...โตเกียวน่ะ”
“อ่อ...เหหหหหหหหหห???? ว่าอะไรนะครับพ่อ?!” ทั้งชูจิและโคจิกระโจนเข้ามาใกล้พ่อบ้านคิริทานิ รอฟังอีกครั้ง...
“พ่อโดนให้ย้ายกลับไปทำที่โตเกียวล่ะคราวนี้”
“โต..โตเกียว...เย้ๆๆๆๆๆๆ พี่ชูจิ โตเกียว” โคจิวิ่งเข้าไปกระโดดกอดพี่ชายที่ดีใจไชโยโห่ร้องออกมาไม่ต่างกัน
“โตเกียว..โตเกียว ดีใจเป็นบ้าเลย!!!!”
...พ่อบ้านคิริทานินึกยิ้มในใจ ช่วงสัปดาห์นึงที่บ้านเงียบเหงา นับเป็นโชคแท้ๆ ที่ออฟฟิสให้ย้ายงานกลับขึ้นไปทำที่โตเกียวเหมือนเดิม ถึงแม้จะไม่ใช่ในตัวเมือง แต่ว่าก็ยังดีกว่าห่างไกลมากแบบนี้ ที่สำคัญ ลูกชายคนโตของเขาอาจจะกลับมามีรอยยิ้มเหมือนเดิม...
...ด้านหนึ่ง ภายในห้องบนชั้นสูงสุดของบริษัทยักใหญ่ใจกลางกรุงโตเกียว...
...แกร๊ก...
เสียงวางหูโทรศัพท์ เกิดขึ้นพร้อมๆ กับใบหน้าเหนื่อยหน่ายของชายวัยกลางคน แต่กลับปรากฎรอยยิ้มที่ใบหน้าของชายหนุ่ม ที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับเขา
“สมใจอยากแล้วนะ พ่อทำตามคำขอให้แล้ว อย่าลืมสัญญาที่ให้ไว้ล่ะ” ย้ำอีกฝ่ายถึงสัญญาที่เคยให้ไว้ การแลกเปลี่ยนให้ช่วยเรื่องสำคัญเรื่องสุดท้าย ก่อนที่เด็กหนุ่มจะยอมปฏิบัติตามคำขอของผู้เป็นพ่อทุกอย่าง
“แหม สัญญาก็เป็นสัญญาสิครับ เรื่องอื่นผมจัดการเองหมดแล้ว ก็เหลือแค่เรื่องนี้เท่านั้นเองแหละน่า”
“แสบสันนักนะเรา ต้องให้พ่อบากหน้า ใช้ชื่อไปคุยเรื่องย้ายงานกับทางนู้นให้ แถมยังต้องไปโกหกเค้าอีก”
“แหม นิดๆ หน่อยๆ น่ะพ่อ คุณลุงเค้าก็ผลงานดีด้วย การที่พ่อออกปากเองน่ะ ไม่ใช่เรื่องเสียหายหรอก”
“เออๆๆ เสร็จธุระก็ออกไปได้แล้ว เดี๋ยวต้องมีประชุมต่ออีก กลับบ้านไปเตรียมเรื่องเข้ามหาลัยให้เรียบร้อยล่ะ อย่าลืมว่า ไม่ใช่แค่ตัวเองคนเดียวที่ต้องจัดการนะ”
“ครับๆ รับทราบแล้วครับ ...ดีจริงเลยมีพ่ออย่างคุณพ่อเนี่ยะ ยอมให้ผมทุกอย่าง แถมยังยอมรับชูจิเป็นลูกสะใภ้อีก เจ๋งชะมัด” ว่าก่อนลุกขึ้นเตรียมตัวจะออกจากห้องผู้บริหารใหญ่...
“อยากจะรักใครชอบใครก็เรื่องของนายเถอะ แต่อย่าลืมเรื่องที่ต้องทำเพื่อพ่อกับบริษัทก็แล้วกัน โตแล้ว ไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะ มีความรับผิดชอบด้วย อากิระ”
คนฟังไม่ตอบโต้อะไรอีก ทำเพียงยิ้มพร้อมโค้งแบบเก้าสิบองศาให้กับผู้เป็นพ่อก่อนที่จะเดินเปิดประตูออกไปจาก
ห้องทำงาน...
ชายหนุ่มนึกยิ้ม...ก็อย่างที่ว่าไว้น่ะแหละ
ชูจิ อากิระ ต้องเป็นหนึ่งเดียวกันเสมอ
จากนี้และตลอดไป ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง!!!
PR
この記事にコメントする