忍者ブログ


:: Seiga-i no Fiction ::


[PR]
×

[PR]上記の広告は3ヶ月以上新規記事投稿のないブログに表示されています。新しい記事を書く事で広告が消えます。

Nobuta wo produce’s Fan fic. SR3 :: Bokura no hadachi 01 [ Akira x Shuji ]
.
.
.
.
.
.


การนึกถึงคนอื่นมากกว่าตัวเอง

อาจเป็นเรื่องดี ที่ได้เห็นคนอื่นมีความสุข

แล้วสำหรับตัวเองล่ะ?

มองหาสิ่งที่เรียกว่า – ความสุขแท้จริง – เจอแล้วรึยัง?





สายลมของฤดูใบไม้ร่วงที่ค่อยๆ พัดผ่านในทุกเช้าจนเย็นชื้น ฤดูร้อนจบลงแล้ว ลงเหลือไว้เพียงกลิ่นไอแดด ที่ยังโชยมาแตะจมูกอยู่บ้าง...ช่วงเวลาเทอมสุดท้ายได้เริ่มต้นขึ้น วันเวลาที่ผ่านไปรวดเร็วจนน่าใจหาย

แล้ว
ถนนสายเดิม...
จักรยานคันเดิม...
และ
หัวใจดวงเดิม....

จะเปลี่ยนแปลงไป...ตามกาลเวลากับเขาบ้างรึเปล่านะ?


..
..
..

“เอาล่ะทุกๆ คน วันนี้ครูมีเรื่องสำคัญที่จะให้พวกเธอทำนะ”

คำว่าเรื่องสำคัญ ทำให้นักเรียนที่ยังพูดคุยกันอื้ออึงเงียบเสียงลงแทบจะทันที

“นักเรียนแถวหน้า ส่งกระดาษให้กับเพื่อนคนหลังๆ ด้วย”

กระดาษขนาดเอ4 เต็มไปด้วยแบบสอบถามหลายข้อ ..ทั้งหมด ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการเข้ามหาวิทยาลัย...

“อีกไม่เท่าไหร่จะต้องสอบเอ็นทรานซ์กันแล้ว ครูหวังว่าแต่ละคน คงคิดเอาไว้แล้วใช่มั้ย ว่าอยากจะไปเรียนที่ไหนกันบ้าง ช่วยกรอกข้อมูลลงในกระดาษด้วยนะ หัวหน้าห้องช่วยรวบรวมด้วย มะรืนนี้ ครูจะส่งไปที่ฝ่ายแนะแนว....หมดเรื่องแล้วล่ะ เอ๊า เริ่มเรียนวิชาต่อไปได้”

เสียงจ๊อกแจ๊กดังขึ้นอีกครั้ง เมื่อทุกคนเริ่มออกความเห็นในเรื่องมหาวิทยาลัยที่ต่างคนอยากจะเลือก....

“ฉันกะว่า จะไปเรียนในตัวเมืองน่ะ มหาลัยในเมืองเรา ก็ดีออกนะ” เพื่อนคนนึงพูดขึ้น ทำให้คนอื่นๆ ในกลุ่มเสนอความคิดของตัวเองบ้าง

“ฉันกะว่า จะไปที่โตเกียวล่ะ นั่นน่ะความฝันของฉันเลย”

“ฉันก็เหมือนกัน นี่ๆ แล้วคุซาโนะล่ะ อยากเรียนต่อที่ไหน?”

“ฉันน่ะเหรอ? อืม.....” ทำท่าคิดจนคิ้วเรียวขมวดไม่เป็นรูป

“ที่ไหนก็ได้ ที่ชูจิไปน่ะแหละ”

คำตอบของอากิระ ทำเอาเพื่อนๆ อดส่งเสียงแซวกันไม่ได้ พักนี้อากิระดูจะแสดงออกชัดเจนซะเหลือเกิ๊น

“เป็นคำตอบที่น่าประทับใจจริงๆ งั้น ชูจิล่ะ ตัดสินใจแล้วล่ะสิว่า จะไปต่อที่ไหน”

“...................................”

ความเงียบแทนคำตอบ ทำเอาทุกคนประหลาดใจ ชูจิมองสายตาเพื่อนๆ ที่จ้องเขา ราวกับจะเค้นเอาคำตอบเสียให้ได้ สุดท้ายสิ่งที่ได้ยิน กลับทำให้ทุกคนอึ้งกว่าเมื่อครู่ ที่ชูจิเอาแต่เงียบเสียอีก

“ฉัน...ยังไม่รู้...”

“อ้าวววว” ทุกคนมองชูจิ อย่างไม่เชื่อ โดยเฉพาะ อากิระ

“บางทีฉัน อาจจะยังไม่เรียนต่อก็ได้ คือ ฉันตั้งใจจะไปเรียนที่โตเกียวน่ะ แต่ว่ายังมีเรื่องต้องรับผิดชอบอยู่นิดหน่อย ... ถ้าเกิดว่า ไม่สะดวกนัก ฉันก็ยังไม่อยากไป” ชูจิตอบพร้อมยิ้มเจื่อน แม้จะตีสีหน้าราวกับไม่เดือดร้อนกับเรื่องนี้ซักเท่าไหร่นัก แต่เพราะสายตาคู่หนึ่ง ทำให้ชูจิตัดสินใจตัดบท และทำเป็นตั้งใจเรียนทันทีที่คุณครูเข้าสอน.....

ทำหน้าแบบนั้น จ้องกันซะขนาดนั้น ทำไมจะไม่รู้

อากิระ กำลังงอนเขาอยู่แน่ๆ.........



.......สายลมฤดูใบไม้ร่วงพัดเข้ามาเป็นระยะๆ จนกระดาษใบเล็กปลิวตกลงไปบนพื้นห้องเรียน........

ชูจิคิดจะก้มลงเก็บ แต่ติดที่เขาไม่สามารถเอื้อมคว้าได้....กระดาษใบนั้น ปลิวออกไปอีกไม่ไกล แต่อยู่ตรงใต้โตะของอากิระ.....คนที่จ้องหน้าเขา นานนับชั่วโมงมาแล้ว...

สุดท้ายก็ต้องปล่อยไป ชูจิกลับมานั่งในท่าเดิม ปล่อยกระดาษทิ้งไว้อย่างนั้น เขาไม่กล้าแม้แต่จะหันไปสบตากับอากิระ นี่แค่อยู่เฉยๆ ยังรู้สึกถึงพลังความโกรธได้มากถึงขนาดนี้เลย..........

แน่ละ ถ้าถูกผิดสัญญา แล้วยิ่งถูกกลับคำภายในข้ามคืน
เป็นใครก็คงจะโกรธอยู่แล้ว
แม้แต่คนใจดีอย่างอากิระก็เถอะ


...แปะ...


ชูจิมองกระดาษที่พับมาเป็นสี่เหลี่ยมเล็กๆ ...กระดาษของเขาเอง

มือเรียวค่อยๆ คลี่กระดาษออกจนเป็นแผ่นกว้าง ข้อความที่เขียนด้วยปากกาสีน้ำเงิน ลายมือหวัดๆ ที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นของใคร

‘...พูดจริงเหรอชูจิ?...’


‘...เมื่อวานไม่ใช่แบบนี้นี่นา...’


‘...ไหนว่าเราจะกลับโตเกียวด้วยกันไง...’


‘...ชูจิ....ใจร้ายที่สุด..........T-T...’


คำสุดท้าย เขียนด้วยอักษรตัวโต รับรู้ถึงความรู้สึกของคนเขียนได้เป็นอย่างดี.....

ชูจิเพียงเขียนตอบลงไปไม่กี่คำ พร้อมกับส่งคืนให้คนที่นั่งหน้าบูดด้วยวิธีเดียวกัน ก่อนกลับมาตั้งใจเรียนเหมือนเดิม


‘...มันจำเป็น...’


สำหรับอากิระ นี่ช่างเป็นคำตอบที่ไม่น่าพิศมัยเอาซะเลย.........


..
..
..


อากาศในวันนี้ต่างจากเมื่อวันก่อน ไม่มีอีกแล้วไอร้อนๆ ในยามเย็น ไม่มีอีกแล้วกลิ่นน้ำทะเลอุ่นที่เคยพัดโชยมา

แต่ถึงอะไรๆ จะเปลี่ยนไป ทะเล ก็ยังคงเป็นทะเลใช่มั้ย?


ชูจิกับอากิระ ยังคงกลับบ้านด้วยกันเหมือนเดิม แต่สิ่งที่ต่างไปในวันนี้ อาจจะเป็นเสียงพูดคุย ที่มีให้ได้ยินน้อยกว่าที่ควรจะเป็น ชูจิ ไม่ใช่คนช่างพูด และอากิระที่ดูไม่ร่าเริง ทำให้บรรยากาศทุกอย่างเปลี่ยนไป ซึ่งสาเหตุทั้งหมด แน่นอนว่า ทั้งคู่รู้อยู่แก่ใจดี....

“กลับบ้านดีๆ ล่ะ อากิระ” ประโยคแรก ที่ชูจิตัดสินใจพูดออกไปหลังจากเงียบกันมาตลอดทาง ก่อนเขาจะจอดจักรยานตรงหน้ารั้วใหญ่ หันมองอากิระที่ ก๊องๆ มาให้อย่างเนือยๆ นิ้วชี้กับนิ้วก้อยดูไม่มีแรงจะยก ราวกับจิ้งจอกหูตกยังไงอย่างงั้น

“บ๊าย บาย” คำพูดที่หลุดมาจากปากของอากิระเพียงคำเดียวเช่นกัน ก่อนที่จะปั่นจักรยานจากไป......

ชูจิลอบถอนหายใจหนักๆ ใช่ว่าเขาอยากให้ทุกอย่างเป็นอย่างนี้ แต่เพราะความจำเป็น ถึงได้ทำให้เขาทำอะไรตามความต้องการของตัวเองไม่ได้ คิดว่าชอบนักหรือ ที่เห็นอากิระเป็นแบบนั้น เขาไม่ใช่คนโง่เกินกว่าที่จะไม่เข้าใจความรู้สึกของอากิระ แต่สำหรับเขา ครอบครัวเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในเวลานี้

“กลับมาแล้วครับ”

“กลับเร็วจังเลยฮะพี่ ดีเลย จะได้ทำข้าวเย็นให้ผมกินซักที วันนี้พ่อกลับบ้านช้าล่ะ”

“งั้นรอพี่แป๊บนะ ขอไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน”

ชูจิจับลงที่ศีรษะทุยๆ ของน้องชายตัวดี ... นี่ถ้าโคจิไม่มีเขาอยู่ดูแล จะเอาตัวรอดได้ยังไงกัน ชูจิยังคิดภาพไม่ออก

หลายเดือนก่อนที่ย้ายมาที่นี่ จนถึงตอนนี้ เกือบปีมาแล้ว สำหรับชูจิ เขาสามารถปรับตัวให้เข้ากับบ้านใหม่ได้สบายๆ อาจเพราะเขาเคยชินกับเรื่องแบบนี้ แต่สำหรับโคจิ...น้องชายของเขายังเด็กเกินไป ที่จะต้องพบกับความเปลี่ยนแปลง ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า....


มื้อเย็นที่มีเพียงชูจิและน้องชายตัวแสบ ดำเนินไปอย่างราบเรียบ สำหรับพ่อ คงพ้นช่วงหัวค่ำไปแล้วถึงจะกลับ

“เดี๋ยวผมล้างเองนะฮะ” โคจิอาสาเก็บถ้วยข้าวทั้งหมดไปล้างเอง ท่าทางคล่องแคล่วดูเอาการอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

หลังจากชูจิเคลียร์โต๊ะจนเรียบร้อย เขาตัดสินใจกลับมานั่งที่โซฟา เอื้อมคว้ากระเป๋านักเรียนที่เขาวางไว้แต่แรกมาใกล้ตัว ก่อนหยิบกระดาษที่ได้รับมาเมื่อเช้าขึ้นอ่านอย่างละเอียด

ช่องที่ให้เติมชื่อมหาวิทยาลัยยังว่างเปล่า ชูจิถอนหายใจ กระดาษแผ่นนี้ สำหรับตอนนี้ อาจจะไม่สำคัญเท่าไหร่สำหรับเขาแล้ว ในเมื่อ เขามีสิ่งที่ต้องรับผิดชอบ และเลือกที่จะตัดสินใจไปตั้งแต่เมื่อคืน

.......ทั้งที่ในคืนเดียวกัน...ช่วงเวลาก่อนหน้านั้น ชูจิได้สัญญากับใครอีกคนเอาไว้แล้วแท้ๆ
.
.
.

“จบฤดูหนาวนี้ ก็ไม่ได้เป็นนักเรียนกันแล้วเนอะ” อากิระพูดขึ้นฝ่าความเงียบในห้องนอนของชูจิ ในคืนที่เขามาอาศัยข้าวบ้านคิริทานิ ขอฝากท้องไว้เสียหนึ่งวัน

“แล้วนี่นาย บอกที่บ้านแล้วใช่มั้ย เรื่องไปโตเกียวน่ะ” ปากอิ่มๆรุกถาม คว้าหมอนของชูจิขึ้นมากอดแน่น เอาคางเกยไว้ ตั้งใจฟังคำตอบ

“ยังเลย แต่ก็คิดว่าจะบอกเร็วๆ นี้ล่ะ ไม่มีปัญหาอะไรหรอก”

“ช้าจังเลยน๊าชูจิ ลังเลอะไรอยู่อีกรึเปล่า ฉันกังวลนะ”

“เห?? นายนี่ยังไงกัน จะมากังวลอะไรแทนฉันเล่า” พูดก่อนเปลี่ยนขึ้นไปนอนเอกขเนกบนเตียง ทิ้งให้อีกคนนั่งอยู่ที่พื้นตาตามิ

“กังวลสิ กังวลมากด้วย”

“อะไร?” ตะแคงตัวถาม มองคนที่ทำตาละห้อยอย่างไม่เข้าใจ

“ฉันกังวลว่า...จะไม่ได้อยู่กับชูจิ น่ะสิ”

“ไร้สาระน่า ที่สำคัญ ทำไมฉันจะต้องอยู่กับนายด้วย เราไม่ได้ตัวติดกันซะหน่อยนะ” ล้มตัวลงนอนทันที แต่ที่จริงเพราะไม่อยากให้อีกฝ่าย เห็นใบหน้าที่เป็นสีระเรื่อขึ้นน้อยๆ

“ฉันจริงจังนะชูจิ หรือว่านายไม่คิดแบบเดียวกัน ลืมไปแล้วเหรอว่า ชูจิกับอากิระ ต้องเป็นหนึ่งเดียวกันน่ะ?”

คำพูดของอากิระทำให้ ใบหน้าขาวรู้สึกร้อนผ่าวมากขึ้นอีก ตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่ความรู้สึกต่อคำว่า เป็นหนึ่งเดียวกัน นั้นเปลี่ยนไป ชูจิไม่รู้ตัวเลยแม้แต่นิดเดียว

“บอกว่าไปก็ไปสิ เอาล่ะๆ นายกลับบ้านไปได้แล้ว เดี๋ยวคุณลุงจะเป็นห่วง”

“นี่ชูจิ”

“อะไรอีกล่ะ”

“ขอจูบได้มั้ย?” ทั้งที่ขอ แต่ไม่เคยมีเลยซักครั้ง ที่อากิระจะรอให้เจ้าตัวได้อนุญาต

ริมฝีปากที่แตะลงเบา จูบที่ไร้แรงกดสัมผัสแต่กลับไม่ผิวเผิน จูบของอากิระ ทำให้ชูจิหน้าแดงได้ทุกครั้งไป

อากิระถอนริมฝีปากออก แม้จะแค่ไม่กี่วินาที แต่สำหรับเขา แค่นี้ที่ชูจิให้ ก็เกินพอแล้ว

“นายนี่ท่าจะบ้านะ” เจ้าของใบหน้าแดงจัดลุกขึ้นมานั่ง อากิระทำแบบนี้ ช่างหน้าไม่อายเอาซะเลย

“คนบ้าจูบไม่เป็นหรอก นี่ชูจิ ขออีกได้ป่าว นะๆ ชูจิ นะๆๆๆ” ยื่นหน้าเข้ามาใกล้หวังจะขโมยจูบอย่างที่ทำอยู่ประจำ

“ไอ้บ้า ไปไกลๆเลยนะ ขึ้นมาบนเตียงฉันทำไม?! ไม่เอาแล้วเฟ้ย พอแล้ว!” ดันไหล่ของคนตัวโตกว่าที่ดื้อดึงจะจูบเขาเสียให้ได้ ตัวโตกว่าแล้วมาเอาเปรียบเขาชัดๆ!

แกร๊ก!

ตุ๊บ!

“พี่ชูจิฮะ พ่อกลับมาแล้วฮะ” โคจิเปิดประตูโพล่งเข้ามา พอมองเห็นสภาพของทั้งสองคน ก็ได้แต่สงสัยอยู่ในใจ

พี่ชูจิ นอนตัวแข็งทื่ออยู่บนเตียง ส่วนพี่อากิระก็ลงมานั่งชันเข่าอยู่ที่พื้น โดยมีหมอนของพี่ชายเขาปิดหน้าเอาไว้....


“พี่ฮะ พ่อมาแล้ว”

“อือ ดะ...เดี๋ยวพี่ตามออกไปนะ”

โคจิ ปิดประตูลงตามเดิม พลางแอบคิด....

.....พี่ชายเขา ทำมิดีมิร้ายอะไรพี่อากิระรึปล่าวนะ?.....


“กลับบ้านไปได้แล้ว อากิระ” ชูจิพูดก่อนเดินลงจากเตียง แต่ยังไม่วาย ถูกคว้าเอาไว้ที่ข้อมือเสียก่อน

“ชูจิ สัญญากับฉันนะ นายต้องไปโตเกียวกับฉันนะ”

“เอาแต่ใจเกินไปแล้วนะนายเนี่ยะ”

“อย่าเปลี่ยนเรื่องสิชูจิ ตอบฉันมาก่อน ว่านายจะไปกับฉัน” สายตาที่มองมาจริงจัง จนชูจิไม่ค่อยเข้าใจนักว่า อะไรที่ทำให้อากิระเป็นไปได้มากถึงขนาดนี้

แต่ทั้งที่ไม่เข้าใจ ชูจิก็ตอบตกลงออกไปตามที่คิด

“อืม ฉันจะไปกับนาย ฉันสัญญา”


............แต่แล้ว....คำสัญญา ก็ถูกทำลายลงไปในชั่วข้ามคืน.................



...................................................................................................................




“ก๊องๆ ขอโทษที่สายนะชูจิ” เสียงทักทายยามเช้าดังขึ้นทันที เมื่ออากิระมาถึง แต่เช้านี้ดูอากิระจะผิดปกติไปนิดหน่อย ตรงที่ ตากลมโตนั้น วันนี้ดูเล็กลงไปถนัด อาจเป็นเพราะเจ้าตัว เปิดเปลือกตาแทบไม่ขึ้นก็เป็นได้

“มาแล้วก็ไปกันเถอะ สายมากแล้ว” ชูจิออกแรงให้จักรยานเคลื่อนไปข้างหน้า โดยมีอากิระขนาบข้าง เช้าวันนี้ไม่มีบทสนทนา หรือวาจาชวนให้ชูจิหัวเสีย อากิระวันนี้ไม่ต่างจากเมื่อเย็นวาน สุดท้ายก็เอาแต่เงียบกันไปตลอดทางจนถึงโรงเรียน....

“สวัสดีทุกคน” ชูจิที่เดินเข้ามาในห้องก่อนอากิระ ที่ดูจะรักษาระยะห่างระหว่างกันเอาไว้

“ก๊อง” อากิระเดินเข้ามานั่งประจำที่โต๊ะเรียนทันที ไม่ได้หันไปเสวนากับใครเหมือนอย่างปกติ จนเป็นที่สังเกตเห็นของเพื่อนๆอีกตามเคย

“นี่ ชูจิ เจ้านั่นเป็นอะไรไปอีกแล้วน่ะ?”

“...ไม่รู้สิ...” บอกออกไปแบบนั้น ทั้งที่จริงๆ แล้ว เขาอาจจะเป็นคนเดียว ที่รู้คำตอบดีที่สุด.....



วันนี้ทั้งวัน อากิระไม่ตั้งใจเรียน นอกจากจะไม่สนใจกระดานแล้ว ยังเอาแต่ฟุบหน้าลงกับโต๊ะ ตะแคงหลังโชว์ให้ชูจิเห็นแทนหน้าตาตลอดคาบเช้า จนคาบสุดท้ายก่อนพักเที่ยง ชูจิต้องออกไปช่วยยกงานตามที่คุณครูมอบหมาย เมื่อกลับมาถึงห้องเรียน หลังจากเลยเวลาพักไปแค่นิดหน่อย ชูจิกลับไม่เจอคนที่เขาอยากคุยด้วยเสียแล้ว

“อากิ...เอ่อ คุซาโนะไปไหน?”

“ไม่รู้สิ พอนายออกไปจากห้องคล้อยหลังไปได้ไม่เท่าไหร่ หมอนั่นเดินออกไปจากห้อง ปากก็บอกแค่ว่า วันนี้จะไม่กินมื้อเที่ยงด้วย ก็เท่านั้น”

“เหอะ” ชูจิสบถขึ้นเบาๆ ขณะที่มองไปยังโต๊ะเก้าอี้ที่ว่างเปล่าของเจ้าคนเอาแต่ใจ นี่ไม่ใช่ครั้งแรก ที่อากิระแสดงอาการงอแง ที่ผ่านมาส่วนใหญ่ มักเป็นเพียงแค่การเรียกร้องความสนใจทั่วไป ซึ่งนี่ก็คงเป็นอีกครั้งเช่นเดียวกัน ที่อากิระใช้วิธีแบบนี้

“โอเค งั้นพวกนายไปกินกันก่อน เดี๋ยวฉัน จะลากคอหมอนั่นตามไปทีหลังนะ”

....ทั้งที่ไม่แน่ใจนักว่า อากิระจะอยู่ที่ไหน แต่สำหรับชูจิ ใจของเขา กลับไปรออยู่ที่นั่นแล้ว ที่ๆ ไม่ว่าจากรร.เดิม หรือที่ใหม่ ก็ยังคงเป็นที่ของโนะบุโกะ และพวกเขาทั้งสองคน.....



...ลมหนาวพัดโชยมาเป็นระยะ ไม่ได้ทำให้คนตัวโตๆ ย้ายตัวเองลงจากดาดฟ้า...สายตายังคงทอดมองออกไปไกลผ่านรั้วตะข่ายไปถึงท้องฟ้า ทั้งที่ไม่รู้ว่า จริงๆ แล้ว ตัวเองกำลังค้นหาอะไรอยู่

“หนาวเป็นบ้าเลย” อากิระบ่นงุ๊งงิ๊บขึ้นในความเงียบ บนดาดฟ้าของตึกเรียนม.ปลาย มีเพียงเขายืนอยู่ อากิระไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ทำไมเขาจะต้องทรมาณตัวเองอย่างนี้ แต่กว่าจะรู้สึกตัว ขาทั้งสองข้างก็พาเขาขึ้นมาแล้ว

“โนะบุโกะ ทำอะไรอยู่นะ? ทำไมวันนี้ฉันไม่เห็นก้อนเมฆรูปรอยยิ้มของโนะบุโกะเลย” น้ำเสียงงอนๆ กล่าวก่อนที่เจ้าตัวจะทรุดลงนั่งขัดสมาธิบนพื้นช้าๆ ก้มหน้าก้มตา มองพื้นแทนที่จะสนใจท้องฟ้าไร้เมฆในฤดูใบไม้ร่วงอย่างเมื่อครู่

“วันนี้ไม่มีหรอก ก้อนเมฆรูปโนะบุโกะหัวเราะน่ะ จะมีก็แต่รูปร้องไห้ ถ้านายยังไม่เลิกทำตัวแบบนี้”

เสียงที่ดังขึ้นเบื้องหลัง ไม่ได้ทำให้อากิระหันกลับไปมอง ในเมื่อเขารู้ดีอยู่แล้วว่า เจ้าของน้ำเสียงนั้นคือใคร.....

“เราสองคน ไม่ได้ขึ้นมาบนดาดฟ้าอย่างนี้นานแล้วนะ ตั้งแต่เปิดเทอมเลยก็ได้มั้ง”

“..................................”

“คิดถึงบรรยากาศเก่าๆ อย่างนั้นจังนะ....คิดถึงตอนที่เรามารวมตัวกันบนดาดฟ้า เพื่อวางแผนโปรดิวซ์ โนะบุโกะ” ชูจินั่งยองๆ ลงข้างอากิระ สายตาที่ทอดมองไปบนท้องฟ้าแทนอีกคน

ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ จากคนฟัง แต่ชูจิไม่คิดสนใจ เพราะแค่อากิระฟัง....อยู่เฉยๆ อย่างนี้ต่อไปอีกเรื่อยๆ ก็พอ.....

“เฮ้อ....เวลามันช่างผ่านไปรวดเร็วจังนะ อีกไม่เท่าไหร่ พวกเราก็จะจบกันแล้ว”


.........จะย้ำให้มันได้อะไรขึ้นมา? ถึงแม้ไม่ได้ตอบโต้ แต่คนทำหน้าตูมกลับแอบเถียงอยู่ในใจ...............

อากิระรู้อยู่แล้วล่ะว่า วันนั้น กำลังจะมาถึง
แต่คงจะดีกว่านี้ไม่น้อยเลย ถ้าชูจิ จะเลิกพูดเรื่องอานาคตอันใกล้นี้ซักที
อนาคตของอากิระ ที่ไม่มีชูจิ....ไม่ใช่อนาคตที่อากิระฝันหาอยากให้มาถึงหรอกนะ........


“นี่ อากิระ”

“...............”

“อากิระ”

“...............”

“อากิระ!”

“อะไรเล่..า......”


ตั้งใจจะต่อว่า ที่โดนชูจิตะโกนหรอกหู
แต่กลับพูดอะไรไม่ออกอีก เพียงเพราะ จูบเพียงจูบเดียว....

จูบแสนบางเบา เป็นเพียงแค่การแตะสัมผัสกัน แต่สำหรับอากิระ นี่คือจูบแรกที่ชูจิเป็นฝ่ายให้กับเขา

ริมฝีปากบางที่ค่อยๆ ห่างออก เวลาไม่นานที่ชูจิมอบสิ่งพิเศษให้ แต่กลับยิ่งใหญ่สำหรับใจของใครอีกคน แล้วจะแปลกอะไรเล่า หากอากิระจะลืมความเอาแต่ใจของตัวเอง แล้วเปลี่ยนมาจับจ้องยังนัยย์ตาสีเข้ม ที่สะท้อนแต่เพียงภาพของเขาเท่านั้น

“ขอโทษ”

“ขอโทษนะ อากิระ ฉัน...ขอโทษ” ใบหน้าสีระเรื่อที่ละห่างออกมา ริมฝีปากที่เอ่ยคำขอโทษที่อาจดูเหมือนไม่มีเหตุผล แต่สำหรับชูจิ นี่อาจเป็นคำที่ดีที่สุด ที่เขาจะบอกกับอากิระในเวลานี้แล้ว

“บอกได้รึปล่าวชูจิ ทำไมถึงจะไม่ไปด้วยกัน” สองมือที่แนบแก้มของชูจิไว้ มือนิ่มๆ ที่ประคองใบหน้าให้มองเห็นกันชัดๆ

“ฉัน ทิ้งบ้านไปไม่ได้ อากิระ ถ้าฉันไปคนนึงแล้ว โคจิกับพ่อจะอยู่ยังไง ฉันเข้าใจลึกซึ้งกับความเหงามามากแล้ว มากจนรู้ว่า ถ้าเกิดใครคนนึงต้องเหงา จะเจ็บปวดซักแค่ไหน ฉันไม่ต้องการให้คนที่ฉักรักทั้งสองคนเป็นแบบนั้น.....”

“แล้วฉันล่ะ ฉันไม่ใช่ส่วนหนึ่งของชูจิหรอกเหรอ ตอนนั้นนายถึงได้พูดออกมาง่ายๆ แล้วทิ้งให้ฉันไปโตเกียวคนเดียวน่ะ”

“....................................” กลับเป็นชูจิ ที่นิ่งเงียบแทน สายตาที่ไม่อาจประสานกับดวงตากลมโตนั้นได้ ดวงตาที่ราวกับกำลังค้นหาความอ่อนแอในตัวของเขาอย่างช่ำชอง

ไร้คำพูดใดๆ อีกแล้ว มีเพียงความเงียบงันเข้าปกคลุมทุกตารางนิ้วบนที่แห่งนี้ แม้ลมจะพัดแรง จนแว่วเสียงหวีดหวิวซักเพียงใด กลับไม่มีใครคิดสนใจในเรื่องรอบกายเหล่านั้น เมื่อต่างคนกำลังค้นหาคำตอบในใจของแต่ละคน คำตอบ ที่ตนเองคิดว่าดีที่สุด ดีพอที่จะทำเพื่อคนๆ นึงได้ และดีพอสำหรับตัวเอง..........


“นี่ ชูจิ” ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ที่อากิระย้ายตัวเองจากที่เดิม ชูจิที่นั่งยองๆอยู่ ถูกรั้งให้นั่งลงบนตักของอากิระจากทางด้านหลัง

“ฉัน ตัดสินใจแล้วนะ” ปลายคางมนที่วางเกยลงบนไหล่ อกกว้างที่แนบกับแผ่นหลังบาง แม้จะผ่านเนื้อผ้าหนา แต่กลับรับรู้ได้ถึงความอบอุ่น

“ฉันจะอยู่ที่นี่....ฉันจะไม่ไปโตเกียวแล้วล่ะ”

“ทำไมล่ะอากิระ???” ใบหน้าที่หันขวับมอง ใกล้กันเพียงปลายจมูกที่เกือบแตะลงตรงแก้มอิ่ม

“ฉัน จะไม่ไปโตเกียว”

“เพราะฉันเอง ไม่ว่าจะไปที่ไหน ก็อยู่ไม่ได้เหมือนกัน”



“............ฉันอยู่ไม่ได้ ถ้าไม่มีชูจิ..............”



คำพูดที่จบสิ้นลง พร้อมริมฝีปากของอากิระ ที่แตะลงอีกครั้งบนริมฝีปากบาง .....คำพูดที่อากิระคิดว่า นี่คือสิ่งที่เขาให้ได้กับชูจิคนที่เขารัก และสำหรับตัวเขาเอง

แต่อากิระไม่รู้เลยว่า

นั่นไม่ใช่สิ่งที่ปลดปล่อยความทุกข์ใจแท้จริงของชูจิได้

และยิ่งไปกว่านั้น นี่เองก็ไม่ใช่ทางเลือก ที่ทำให้อากิระ หลุดพ้นจากแรงบีบแน่น ตรงหัวใจของเขาเช่นเดียวกัน.....


เพราะที่จริงแล้ว ทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับตอนนี้...........................


...................ไม่มีเลยแม้เพียงซักข้อเดียว....................







------------------------------------------------------------------------------


TBC. Part 02. 




PR
この記事にコメントする
NAME:
TITLE:
COLOR
MAIL:
URL:
COMMENT:
PASS: Vodafone絵文字 i-mode絵文字 Ezweb絵文字
この記事へのトラックバック
この記事にトラックバックする:
カレンダー
05 2026/06 07
S M T W T F S
1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30
最新CM
[06/24 p_akajin]
プロフィール
HN:
No Name Ninja
性別:
非公開
バーコード
ブログ内検索
アーカイブ
フリーエリア
Copyright©Seiga-i All Rights Reserved.
Powered by NinjaBlog
Graphics by **月読空庭**
Template by わらみ~
忍者ブログ [PR]