忍者ブログ


:: Seiga-i no Fiction ::


[PR]
×

[PR]上記の広告は3ヶ月以上新規記事投稿のないブログに表示されています。新しい記事を書く事で広告が消えます。

Nobuta wo produce’s Fan fic. SR1 :: Gitsune Nante Sukine 01 [ Akira x Shuji ]


คุณเคยได้ยินตำนานเรื่องสุนัขจิ้งจอกจอมขี้แกล้งมั้ย???

 

...ยามเช้า บนถนนที่ทอดตัวยาวเลียบหาด...อากาศบริสุทธิ์ และเสียงคลื่นกระทบฝั่ง เป็นบรรยากาศที่หาได้ยากจากเมืองใหญ่...เพราะเป็นชนบท ช่วงเวลานี้จึงสงบเงียบ...ตรงท่าเรือมีเพียงชาวประมงที่เพิ่งกลับจากการออกหาปลา ส่วนบนฝั่ง ร้านขายของชำเล็กๆ กำลังเปิดร้านรอลูกค้า ที่ส่วนใหญ่เป็นแม่บ้านและเด็กนักเรียน...

ร่างเล็กบนจักรยานมองภาพเหล่านั้นอย่างสบายตา...เพราะออกจากบ้านเร็วกว่าทุกวัน เลยไม่ต้องรีบร้อนให้ถึงโรงเรียนนัก ...เกือบ 6 เดือนมาแล้ว ที่เขาย้ายมาอยู่ที่นี่ เมืองชายทะเลอันสงบเงียบ ไร้ซึ่งความวุ่นวายต่างจากเมืองใหญ่ที่เขาเคยอยู่อย่างโตเกียว ....ธรรมชาติสวยงาม ผู้คนเป็นมิตร ไม่มีการแก่งแย่งชิงดี และไม่มีการโอ้อวด หรือสร้างภาพใส่หน้ากากเข้าหากัน...

...จักรยานคันสวย ยังเคลื่อนที่ต่อไป...ร่างเล็กสะบัดแขนขึ้นดูนาฬิกาข้อมือเช็คเวลา...ยังเตร็ดเตร่ได้ซักราวๆ 15 นาที...จากตรงนี้ไม่ไกลจากโรงเรียนนัก...เขาคิดไม่ผิด ที่เลือกออกจากบ้านในเวลาที่เช้ากว่าปกติถึงครึ่งชั่วโมง เพราะนอกจากจะมีโอกาสได้ดื่มด่ำกับธรรมชาติอย่างนี้แล้ว ยังมีเวลาอันเงียบสงบเพิ่มขึ้นอีกด้วย...

...แต่....จะอยู่เงียบๆอย่างนี้ ได้อีกนานซักแค่ไหนกัน?


“ชู~จิ....ชูจิ~คูงงงงงงง~”...นั่นไง ตัวทำลายความสงบตามมาทันจนได้

“รอก่อนเซ่....ชู~จิ บอกว่าให้รอก่อนนนน...ยังไงเล่า~.....”

...ร่างเล็ก จำใจหยุดรถอย่างเสียไม่ได้ ไม่ใช่ว่าอยากจะรอหรอกนะ แต่รำคาญเสียงโหวกเวกที่อาจจะทำให้ชาวบ้านระแวกนี้แตกตื่นกันไปหมดต่างหาก

“ทำไมไม่รอกันเลยล่ะ นายนี่ใจร้ายยยยยย ชะมัด”

“ก็รออยู่นี่ไง”   คิ้วเรียวขมวดขึ้น...หงุดหงิด.....

“อะไรกัน...ตัวเองไม่รอคนอื่นแท้ๆ ยังจะมาทำหน้าตาไม่รับรู้อะไรอีก เฮ้อ...ชูจินะชูจิคุง”

“ถ้าจะบ่นกระปอดกระแปดอยู่อย่างนี้ก็ตามใจนาย ฉันไปล่ะ”...ไม่พูดเปล่า แต่ออกแรงขาให้จักรยานเคลื่อนตัวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ...ไม่สนใจคนที่โวยวายอยู่เลยซักนิด

“นี่ๆ รอฉันด้วยสิ นายนี่มันใจร้ายจริงๆ เลย”    ต่อว่ากันด้วยคำเดิมๆ...คำที่ร่างเล็กได้ยินมาตลอด ตั้งแต่อยู่ที่นี่ หรือแม้แต่ก่อนหน้านี้...

.....เขาเป็นคนใจร้าย ใช่สิ เขาคงเป็นแบบนั้น เป็นคนใจร้ายที่สุด เท่าที่อาคิระเคยเจอมา....

นั่นสินะ...ทำไมเขา ถึงต้องใจร้ายกับหมอนี่ด้วยก็ไม่รู้...

........
......
....
..
.

.......โรงเรียนมัธยมปลาย เคงริซึ อามิโกะ.........


ภายในห้องเรียนเล็กๆ เต็มไปด้วยนักเรียนชั้นม.ปลาย ที่พากันพูดคุยเรื่องสัพเพเหระอย่างออกรส...ชูจิก้าวเข้ามาในห้องเกือบเป็นคนสุดท้าย และที่โหล่ คงไม่พ้นจอมป่วนอย่างอาคิระ...

“ไง ชูจิ มาเกือบสายอีกแล้วนะ”   เสียงเพื่อนๆ ในกลุ่มทักขึ้นทั้งที่เขายังเดินไม่ถึงที่นั่งของตัวเองเลยด้วยซ้ำ

“พอดีเจอปัญหานิดหน่อย”   พูดพลางบ่นมุบมิบอย่างอารมณ์เสีย ไม่สนใจคนที่เดินตามอยู่ต้อยๆ...

“KONๆ เพื่อนๆ ชูจิ และ อาคิระ มาถึงแล้วววววว”....ไม่พูดเปล่า กลับเดินเข้ามาชิดกับอีกคน...เบียดจนอึดอัด

“ไปนั่งที่ของนายไป...น่ารำคาญชะมัด”...ว่าออกไปอย่างหัวเสีย...แขนเล็กกระทุ้งสีข้างของคนตัวสูงกว่าให้หลีกทาง

“นี่ๆ พวกนายสองคน ทำตัวอย่างกะเป็นแฟนกันแน่ะ ว่ามั้ย? ฮ่าๆๆๆๆๆ”...เสียงหัวเราะของเพื่อนๆ ในกลุ่มดังขึ้นจนน่าหนวกหู...ชูจิได้แต่เมินหน้าไปทางอื่น...ไม่อยากได้ยิน หรือรับฟังคำแซวเดิมๆ...และที่สำคัญ เขาไม่มีอารมณ์ที่จะมองหน้าคนที่นั่งโต๊ะข้างกันกับเขาด้วย...

ชั่วโมงเรียนผ่านไปอย่างเชื่องช้า...หลายวันมานี่ ชูจิไม่ได้ตั้งใจเรียนเหมือนปกติ...นอกจากจะไม่สนใจกระดานแล้ว ยังเอาแต่คิดถึงเรื่องที่โรงเรียนเก่า โรงเรียนที่เขาจากมา และโรงเรียนที่เต็มไปด้วยความทรงจำมากมาย...

...แม้จะย้ายมาอยู่ที่นี่นานพอจนเขาปรับตัวได้ แต่สถานภาพของเขาย่อมเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง...จาก คิริทานิ ชูจิ ที่โด่งดัง ถึงวันนี้ เขาเป็นเพียงแค่ คิริทานิ ชูจิ นักเรียนชั้นมัธยมปลายปี3 ที่มีคู่หูเป็นเพื่อนติ๊งต๊องอย่างนาย คุซาโนะ อาคิระ ที่มาพักหลังๆ มักถูกเพื่อนคนอื่น เปลี่ยนให้เขากับอาคิระ เป็นอย่างอื่นที่มากกว่านั้น แต่ทุกครั้ง เขาก็ไม่เคยใส่ใจ ยกเว้นช่วงนี้ ที่อดรู้สึกหงุดหงิดไม่ได้ จนบางครั้งถึงกลับตอบโต้เพื่อนออกไปเลยก็มี...


“ชูจิ...ไปกินข้าวกันนะ”     เสียงชักชวนจากโต๊ะข้างๆ กันดังขึ้นทันทีที่อาจารย์เดินพ้นห้องเรียน.....แต่คนฟังได้แต่เหม่อ นั่งเท้าคางมองออกไปยังนอกหน้าต่าง...

“นี่...ชูจิ...ไปกินข้าวกัน...ได้แล้ว”

“อือ...เฮ้ย!” สะดุ้งสุดตัว ขยับเก้าอี้หนีเสียจนติดผนัง เพราะมัวแต่คิดอะไรเพลินๆ จนไม่รู้ว่า หน้าของอาคิระ ใกล้กับเขาเพียงแค่ไม่กี่เซ็นต์

“เร็วเข้าชูจิ พวกฉันเรียกตั้งนานแล้ว ไม่ได้ยินซักที อาคิระพูดกรอกหูเข้าหน่อยทำเป็นตกใจซะงั้น”

“โทษทีๆ....ไปๆ ไปกัน”    พูดตะกุกตะกักจนแทบจะไม่เป็นคำ...เพื่อนๆ ได้แต่ส่ายหน้า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ชูจิเหม่อแบบนี้ แต่เรียกว่า ทั้งอาทิตย์มาแล้วด้วยซ้ำ

........อะไรที่ทำให้ชูจิ เปลี่ยนไปได้ถึงขนาดนี้กันนะ?...............


ตกเย็น นักเรียนทุกคนต่างแยกย้ายกันกลับ ข้อดีของการอยู่ในโรงเรียนต่างจังหวัด คือการที่หลังเลิกเรียน แต่ละคนจะกลับบ้านของตัวเอง ไม่ก็เที่ยวเตร่ซื้อของในเมืองบ้าง ...เพราะเป็นชนบท จึงไม่มีแสงสี ไม่มีคาราโอเกะ หรือเกมส์เซนเตอร์ ให้เป็นที่สิงสถิตอย่างวัยรุ่นในโตเกียว...


...บนถนนเลียบชายฝั่งสายเดิม อาคิระปั่นจักรยานของตัวเองสุดแรงเกิด หวังให้ทันคนข้างหน้า...พักนี้ชูจิดูเหมือนจะหลบฉากจากเขา ไม่ว่าจะตอนเช้า...ตอนที่เรียน...หรือตอนเย็น...ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา เขารู้สึกว่า เพื่อนคู่หูคนสนิทดูเปลี่ยนไปอย่างไร้สาเหตุ นอกจากจะไม่ต่อล้อต่อเถียงอย่างที่เคยทำเป็นปกติแล้ว ยังเอาแต่เงียบ แสดงอาการไม่ค่อยอยากพูดจาด้วย จนแม้แต่คนอื่นยังรู้สึกได้...ไม่เว้นแม้แต่ตอนนี้ ถึงเขาจะตะโกนบอกให้ชะลอซักเท่าไหร่ แต่ดูท่าอีกฝ่ายจะไม่ทำตามคำขอของเขาเลย...

“รอกันหน่อยซี่~ นายจะรีบไปไหนของนาย”   ตะโกนจนเสียงแหบแห้ง แต่ดูคนตัวเล็ก ไม่ได้ลดความเร็วลงเลยซักนิด

“นี่ ชูจิ ถ้านายไม่รอฉันนะ...”   เว้นช่วง...

“ฉันจะไม่ให้นายอ่านจดหมายของโนะบุตะ!!!”


ได้ผล คำพูดของเขา ทำให้คนข้างหน้าเบรกอย่างกระทันหัน...จนจักรยานของชูจิล้อปัดเล็กน้อย...

“นายว่าอะไรนะ?”     ยอมพูดด้วย เป็นประโยคแรกหลังจากออกมาจากโรงเรียน

“ก็....ฉันว่า...ถ้านายไม่รอกัน จะไม่ให้อ่าน จมหมายของโนะบุตะ”

“เฮ้ย จริงอ่ะ โนะบุตะส่งจดหมายมาหานายเหรอ? เอามาให้อ่านเดี่ยวนี้เลยนะ”...

“ไม่มี”    ทำหน้ายียวน แก้มที่พองลม ทำเอาดูปากอิ่มเล็กลงไปถนัดตา

“อะไรนะ?...ก็ไหนว่า...?...” พูดยังไม่ทันขาดคำ กลับถูกขัดขึ้นเสียก่อน

“ไม่มีตอนนี้...คือ...มันอยู่ที่บ้าน”

“แล้วทำไมไม่เอามาให้อ่าน นายนี่มันงี่เง่าจริงๆ”    ออกอาการหงุดหงิดจนอาคิระกลั้นยิ้มเอาไว้แทบไม่อยู่...อย่างน้อยท่าทางฟึดฟัดแบบนี้ค่อยดูเป็นชูจิขึ้นมาบ้าง...

“อย่ามาว่ากัน เมื่อเช้านี้ถ้าฉันไม่รีบออกมาจากบ้านให้ทันใครบางคน ก็คงจะไม่ลืมหยิบติดมือมาด้วยหรอก”

...ได้ฟังแบบนั้น ใบหน้าที่ดูเอาเรื่องกลับเจื่อนลงทันที...ถูกเหน็บแนมจากอาคิระเข้าจนได้...

“ขอโทษ....งั้นพรุ่งนี้ นายเอามาให้ฉันด้วย”....พูดจบ ร่างเล็กค่อยๆเคลื่อนจักรยานอีกครั้ง

“ไม่มีทางซะล่ะ ถ้านายอยากอ่าน ก็ตามไปอ่านที่บ้านฉันเอง”

“เฮ้ย อะไรกัน”    หยุดรถหันกลับมามองรวดเร็ว

“จะอ่านหรือไม่ก็ตามใจนายนะ ฉันมีตัวเลือกให้แค่นี้แหละ”     ปั่นจักรยานออกตัวไปล่วงหน้า พร้อมส่งยิ้มราวกับผู้มีชัยผ่านมาให้เห็น เอาคืนซะบ้าง นิดๆ หน่อยๆ ก็ยังดี

“บ้าจริงๆ เลยให้ตายเหอะ!!!”  ชูจิสบถอย่างโมโห มองอีกฝ่าย ค่อยๆ หนีห่างออกไปช้าๆ



............
.......
..
.


‘ถึง ชูจิ กับ อาคิระ.....

ตอนนี้ทั้ง 2 คนเป็นยังไงบ้าง สบายดีรึเปล่า?....คงใกล้ๆ ช่วงสอบแล้วเหมือนกันใช่มั้ย?
ฉันกับมาริโกะสบายดีนะ เมื่อวานนี้ ไปช็อปปิ้งซื้อเสื้อผ้ากับมาริโกะมาด้วย ได้ของเต็มไปหมด
มาริโกะบอกว่า ถึงชูจิ กับอาคิระ จะไม่ได้โปรดิวซ์ฉันแล้ว แต่ก็ต้องทำให้ตัวเองดูดีตลอด
สรุป ฉันจะถูกมาริโกะโปรดิวซ์ต่ออีกใช่มั้ยเนี่ยะ? (เศร้า)

ช่วงปิดเทอม จะได้กลับขึ้นมาที่โตเกียวมั้ย? เพื่อนๆ บ่นคิดถึง ถ้าเป็นไปได้
ก็อยากจะเจอทั้ง 2 คนอีก...ที่จริงก็...ไม่ใช่แต่...เพื่อนๆ หรอกนะ....
ฉันเองก็....เหมือนกัน...

ไม่มีเรื่องอะไรจะเขียนแล้วล่ะ

รักษาสุขภาพกันด้วยนะ

....แล้วก็ ดูแลกันอย่างนี้ตลอดไปล่ะ.............


.....โนะบุตะ.....'

 

เนื้อความในจดหมายถึงจะเล็กน้อย แต่บ่งบอกถึงความเป็นไปของอีกฝ่ายได้เป็นอย่างดี ชูจิพลิกดูกระดาษใบหนาๆ อีกใบที่เหลือ เป็นภาพของโนะบุตะ ที่มีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้า......หลายรูปแล้วที่ส่งมา คงอยากให้เห็นว่าหล่อนยิ้มได้แล้วจริงๆ

“ดูท่าโนะบุตะ จะสบายดีนะ ทางนั้นเอง มีมาริโกะคอยดูแลอยู่” พูดอย่างสบายใจ ก่อนพับจดหมายเก็บใส่ซองเหมือนเดิม

“นั่นน่ะสิ ....เอ๊ะ?”.........หยุดพูดต่อ มองชูจิที่ทำท่าเหมือนจะลุกขึ้น

“อะไรกัน จะกลับแล้วเหรอ?” เอียงคอมองใบหน้าที่ดูแปลกไป.....ชูจิ ที่ดูกังวล

“ฉันไม่ได้บอกที่บ้าน ตอนนี้โคจิคงอยู่คนเดียว”......คว้ากระเป๋า เตรียมตัวลุกเดินไปที่ประตู...........


....................หมับ.........................


ไวกว่าที่จะรู้สึก.....มีเพียงสายตาที่มองเห็นว่าร่างกายกำลังถูกกอดเกี่ยวเอาไว้ ด้วยท่อนแขนแข็งแรง...........

“นาย...นายทำอะไรของนายอาคิระ!?!?!” ทั้งตะโกน ทั้งดิ้นให้หลุด แต่เอวบางๆ กลับไม่หลุดพ้นจากแรงโอบของอีกฝ่ายเสียที.....ชูจิใช้มือทั้งสองข้างแกะแขนของอาคิระออก แต่ทำยังไงก็ไม่เป็นผล....ยิ่งดิ้น ก็ยิ่งแน่น.....แน่นจนอึดอัด.....

“อาคิระ บ้าไปแล้วรึไง ปล่อยฉันนะ!”

“อยู่นิ่งๆ สิชูจิ....ฉันบอกให้นายอยู่เฉยๆ ไงเล่า”........น้ำเสียงที่ดูต่างไป กับใบหน้าที่ใกล้กันแทบชิด ทำให้ร่างเล็กหยุดเคลื่อนไหว.......อาคิระในแบบที่ไม่เคยเห็น และอาคิระที่ดูจริงจัง...จนน่ากลัว.....

......ทันทีที่ชูจิหยุดนิ่ง......ทุกอย่างเงียบงัน ได้ยินเพียงเสียงหัวใจของชูจิที่เต้นอย่างไม่เป็นจังหวะ มันรัวและแรงจนน่าตกใจ.....ไม่รู้ว่า เพราะเหนื่อยที่พยายามจะหนีจากอ้อมแขนนี้ หรือเพราะกลัวคนที่ยืนแนบชิดอยู่กับเขากันแน่............

............ราว 1 นาที ที่อยู่ในสภาพอย่างนั้น....อาคิระไม่พูดอะไรเลย มีเพียงเสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอ......อ้อมกอดที่รัดแน่นคลายออกช้าๆ....อาคิระปล่อยชูจิให้เป็นอิสระแล้ว...............

“หนีกันทำไม?”..........ดวงตากลมโตมองสะท้อนภาพของอีกคน....ไม่ยอมละสายตาไปไหนแม้ซักวินาที จนชูจิต้องก้มหน้าหลบเสียเอง

“ใคร? ใครหนีอะไรกัน?”........ทำเหมือนไม่รู้อะไร ....ทั้งที่กลัวว่าจะถูกจับโกหกได้เหลือเกิน

“นายไง ชูจิ ...มีปัญหากันใช่มั้ย? ถึงได้คอยหนีอยู่เรื่อย”

“ตะ....ตลกน่า.....ใครเขาจะไปหนีนายกัน”..........พูดจริง ใช่มั้ย?

“.....ชูจิ.......”.....ก้าวเข้ามาใกล้ ดวงตากลมโตที่ดูจริงจัง กับใบหน้าที่ดูไม่พอใจ ทำเอาชูจิ ไม่กล้าที่จะมอง

“บอกมาสิ จะได้รู้ จะได้แก้ไข ไม่อย่างนั้น ฉันจะเข้าใจนายได้ยังไง”......เสียงพูดที่ใกล้ชิดอยู่ริมใบหู.....อาคิระที่แนบใบหน้าเกือบชิด ลมหายใจร้อนๆ เฉียดผิวแก้มขาวๆ.......น่าหวั่นไหวซะจนชูจิแทบหยุดหายใจ......

“เอ่อ....คือ....คือ.....”..........ควรจะบอกออกไปใช่มั้ย?

“คือ?”..........ใบหน้าเลื่อนให้ออกห่างเพียงนิด....แต่เป้าหมายที่สะท้อนในตาของอาคิระ คือริมฝีปากบางนั้น............
…..
….
..

....หลบ....หลบไม่ทันแล้ว........ชูจิหลับตาปี๋....ใบหน้านั้นใกล้เข้ามาอีกนิด และอีกนิด.........

ใกล้....ใกล้มาแล้ว

........จะแตะกันแล้ว.........

โดนจูบไปแล้ว......โดน....ไปแล้ว.....ใช่มั้ย?.................................??????????


......ดวงตาเรียวลืมขึ้นพร้อมๆ กับที่ได้ยินเสียงอึกอัก..........


ภาพที่เห็นคือ อาคิระทรุดลงกับพื้น นอนเอามือจับท้องที่เกร็งเพราะกลั้นหัวเราะเอาไว้แทบไม่ไหว.....จนสุดท้ายก็ห้ามไม่อยู่

“ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ.....”....... มือเรียวตบลงที่พื้นตาตามิอย่างขำขัน ......

“ชูจิ นี่นาย........... ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ”............หัวร่อไม่หยุด.....สะใจที่เห็นเพื่อนถูกตัวเองหลอกทำให้ปั่นป่วน.............มัวแต่หัวเราะ จนไม่ทันเห็นสายตาขุ่นเคือง ที่แสดงออกว่าโมโหสุดขีด...................

........ป๊าบ........

“นายมันบ้าที่สุด ไอ้บ้าอาคิระ!!!!”...........ตะโกนว่าออกไปอย่างเหลืออด หนังสือที่ฉวยได้ในห้อง ถูกปาใส่หน้าอาคิระเข้าอย่างจัง.......กว่าจะหายมึน ร่างเล็กก็ไม่อยู่ให้เห็นแล้ว...................

.......
...
..

 

“ทุเรศชะมัด”.............ท่ามกลางความมืดมิด บนถนนสายเล็ก กับร่างบางที่อยู่บนจักรยานคันเดิม..........

“น่าสมเพชจริงๆ!”........สถบออกมา โดยที่ไม่รู้ว่า สรุปแล้ว กำลังว่าใครกันแน่ ระหว่างตัวเอง หรืออีกคนหนึ่ง............

.........ชูจิคิดอะไรไม่ออกอีก เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเจอมาหยกๆ........มาถึงตอนนี้ ยังไม่รู้เลยว่า ที่โกรธจัดจนตัวสั่น หัวเสียจนอยากร้องไห้ เพราะตลกร้ายที่ถูกเพื่อนแกล้ง หรือเพราะที่เขาไม่ยอมหลบทั้งๆ ที่รู้ตัวว่ากำลังจะโดนจูบอยู่กันแน่........

.......อากาศเย็นๆในยามค่ำคืน บวกกับลมทะเลที่ปะทะหน้าแรงๆ ทำให้ต้องหรี่ตาลงอย่างช่วยไม่ได้..........แต่เพราะทำแบบนั้น น้ำตาที่รื้นอยู่แล้วถึงได้ไหลลงอาบแก้มลงมาโดยไม่รู้ตัว.................................


.............................
............
.......
..


PR
この記事にコメントする
NAME:
TITLE:
COLOR
MAIL:
URL:
COMMENT:
PASS: Vodafone絵文字 i-mode絵文字 Ezweb絵文字
この記事へのトラックバック
この記事にトラックバックする:
カレンダー
05 2026/06 07
S M T W T F S
1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30
最新CM
[06/24 p_akajin]
プロフィール
HN:
No Name Ninja
性別:
非公開
バーコード
ブログ内検索
アーカイブ
フリーエリア
Copyright©Seiga-i All Rights Reserved.
Powered by NinjaBlog
Graphics by **月読空庭**
Template by わらみ~
忍者ブログ [PR]