[PR]上記の広告は3ヶ月以上新規記事投稿のないブログに表示されています。新しい記事を書く事で広告が消えます。
AROMA
...แถบชานเมืองย่านที่อยู่อาศัย...รถแท็กซี่ที่กำลังให้บริการผู้โดยสารขับตรงเข้ามายังถนนสายเล็กตัดผ่านบ้านเรือนจนเข้ามาถึงเขตที่รายล้อมไปด้วยแมนชั่นราคาแพง
รถแท็กซี่คันดังกล่าวจอดนิ่งเมื่อมาถึงที่หมาย...เมื่อรถหยุดสนิท ชายหนุ่มที่โดยสารมาเปิดประตูก้าวลงจากรถอย่างรวดเร็ว......ดวงตาที่ซ่อนอยู่ภายใต้แว่นสีชา มองผ่านขึ้นไปยังชั้นหกของตัวอาคารที่ตั้งอยู่เบื้องหน้า ......แสงไฟที่ส่องสว่างออกมาจากห้องๆ หนึ่ง บ่งบอกให้รู้ว่ามันไม่ได้ถูกปล่อยทิ้งไว้ อย่างไร้คนดูแล...
ทันทีที่ลิฟท์เปิดออก ร่างเล็กรีบก้าวเข้าไปอย่างรวดเร็ว ... คาเมะไม่รู้ตัวหรอกว่า ทำไมเขาจะต้องเร่งรีบขนาดนี้ ทั้งๆ ที่มาถึงแล้วแท้ๆ...แต่พอได้รับรู้ว่ามีคนกำลังรออยู่ ในหัวใจก็เต้นกระทั้นขึ้นจนแทบทนไม่ไหว...อาการของการโหยหาในบางสิ่งที่ต้องห่างหายกันไป ...จริงแล้วมันเป็นอย่างนี้นี่เอง...
....ความสูงของอาคารที่ไม่ได้มากมายอะไร ทำให้เพียงแค่อึดใจก็ขึ้นมาถึง .... ร่างเล็กรู้สึกยังแรงสั่นเบาๆ ของลิฟท์ที่กำลังจะหยุดเคลื่อนไหว เมื่อลิฟท์เลื่อนเปิดออก คาเมะเดินผ่านด้านหน้าเลียบไปยังทางเดิน ระหว่างห้องพักที่ทอดตัวยาวออกไปไม่ไกล นาฬิกาข้อมือ บอกเวลาทุ่มตรง เวลา 24 ชั่วโมงที่จะได้กลับมาที่นี่ คงมีค่าสำหรับเขาในตอนนี้มากมายเลยทีเดียว
ร่างเล็กพาตัวเองพร้อมกระเป๋าสัมภาระขนาดย่อมมาจนถึงห้องด้านในสุดของชั้น...มือเรียวกดกริ่งลง ครั้ง 2 ครั้ง พอให้คนภายในได้รับรู้ ไม่มีเสียงโฟนอินเอ่ยถามใดๆ กับผู้มาเยือน แต่เปลี่ยนเป็นเสียงปลดล็อค และเปิดประตูต้อนรับให้เข้ามาในห้องๆ นี้.....
“กลับมาถึงโตเกียวไวกว่าที่คิดนะ” เจ้าของใบหน้าหวาน ยื่นมือออกไปยื้อสายของกระเป๋าเดินทางเพื่อถือไว้แทนเจ้าตัว แต่คงเพราะความบังเอิญ ปลายนิ้วสัมผัสเข้ากับหัวไหล่มนที่โผล่พ้นจากเสื้อแขนกุดสีเข้ม ยามะพีรู้สึกถึงแรงสะดุ้งน้อยๆ จากร่างเล็ก จนเผลอแสดงรอยยิ้มที่คาดเดาความหมายไม่ได้ขึ้นบางๆ
ไฟในห้องนั้นสลัว...คาเมะอดแปลกใจไม่ได้ว่า ทำไมเมื่อมองจากภายนอกถึงได้ดูสว่างไสวนัก ร่างเพรียวบางนำสัมภาระเข้าไปเก็บไว้ในห้องนอน ก่อนเดินตรงยังหน้าต่างเพื่อปิดม่าน บดบังบรรยากาศมืดมิดจากภายนอก
“เป็นยังไงบ้าง? ชั้นเองก็ยุ่งๆ จนไม่ได้โทรหาเลย เหนื่อยมากมั้ย?” ยามะพีเอ่ยขณะรั้งมือนุ่มให้นั่งลงบนโซฟาด้วยกัน คนถูกถามทำเพียงส่ายหน้า ก่อนปล่อยลมหายใจแรงๆ ราวกับมีเรื่องอึดอัดอยู่มากมาย ยามะพีเลือกที่จะกดปิดโทรทัศน์ที่เขาเปิดดูรายการไร้สาระค้างไว้เมื่อครู่ลง แล้วเปลี่ยนมาให้ความสนใจกับร่างที่เอาแต่นิ่งงันไร้คำพูดจา...
“พูดมาสิคาเมะ....ฉันรอฟังอยู่” ดวงตากลมโตนั้นจ้องมองราวค้นหา...ยามะพีรู้สึกถึงความอึดอัดใจนั้นได้เป็นอย่างดี...คาเมะถอดแว่นที่ตนใส่มาตลอดการเดินทางออก...เผยให้เห็นใบหน้าสวยคมยิ่งกว่าผู้ชายทั่วไป และรอยคล้ำบางๆ ใต้ดวงตาที่เกิดจากการโหมงานอย่างหนักตลอดช่วงหลายสัปดาห์ก่อน...
“โทโมะ.......วันนี้ชั้นทำไม่ดีใส่แฟนคลับอีกแล้ว” น้ำเสียงที่ฟังดูเหนื่อยอ่อนดังขึ้นเบาๆ ...คาเมะก้มหน้าหลบสายตาของคนที่สอนให้เขารู้จักความอ่อนโยนและอดทนอย่างรู้สำนึก...ใครๆ ต่างก็ทราบกันดีว่าคาเมะนาชิ คาซึยะคนนี้ ห่ามและโผงผางมากขนาดไหน เช่นเดียวกับที่ใครๆ ต่างรู้ว่า ยามาชิตะ โทโมฮิสะ เป็นจอมเอาแต่ใจอันดับหนึ่ง...แต่คนที่ชอบเอาแต่ใจคนนี้ กลับสุขุมและเยือกเย็นในจุดยืนของตัวเอง และสอนให้เด็กงี่เง่าอย่างเขา รับรู้ว่าจุดยืนที่ได้มาอยู่ร่วมกันนั้น ควรจะวางตัวอย่างไรจึงเหมาะสม...แต่เขาก็ยังพลาด...พลาดอีกซ้ำแล้วซ้ำเล่า คราวนี้อีกก็เช่นกัน คาเมะลืมตัวตะคอกใส่แฟนเพลงที่มารอรับตรงสถานีรถไฟ....เขารู้ดีว่ามันไม่ควร...รู้ว่ามันไม่น่าจะทำเลย แต่การที่เขา อยากรีบกลับ...อยากได้เวลาส่วนตัว...อยากที่จะได้พบกับคนที่เขารักไวๆ จนทำให้แสดงอาการออกไปแบบนั้น ถ้าหากสามารถเพิ่มทุกวินาทีที่มีค่าขึ้นมาได้บ้าง ก็น่าจะแลกกันอยู่ไม่ใช่หรือ?....
...แต่คาเมะกลัวเจ้าของริมฝีปากอิ่มนี้โกรธ...ตอนที่หนีขึ้นรถแท็กซี่มาแล้ว เขาเพิ่งจะมานึกถึงสิ่งที่คนข้างกายมักพูดเตือนอยู่เสมอๆ เมื่อต้องมาเผชิญหน้ากันอย่างนี้ และสารภาพการกระทำออกไป จึงรู้สึกหวั่นเกรง กับการที่อาจจะถูกคนรักตำหนิติเตียน...
แต่ยามะพีกลับทำเพียงลูบลงที่ศรีษะของเขาแผ่วเบา...เกลี่ยเส้นผมสีอ่อนสว่าง มิให้บดบังดวงหน้าเรียวสวย...ยามะพีอ่อนโยนจนคาซึยะต้องเงยหน้าขึ้นสบสายตา และพบเข้ากับรอยยิ้มบางๆ นั่นอีกครั้ง ซ้ำยามะพียังพูดปลอบประโลม ต่อความรู้สึกผิดในการกระทำที่เกิดขึ้นนี้อีก...
“ไม่เป็นไรคาเมะ......ไม่เป็นไรนะ.....ฉันเข้าใจ.......”
“ตำหนิฉันเถอะ......ถ้านายเอาแต่ให้ท้ายฉันแบบนี้ ฉันอาจจะได้ใจ”
“ไม่หรอก...ทุกคนรู้ว่านายเหนื่อย ดูสิ ล้าจนจะล้มทั้งยืนแบบนี้ ยังจะให้คาเมะยิ้มร่า หรือ หยุดรอให้แฟนๆ เข้ามารุมล้อมงั้นน่ะหรือ? อย่าคิดมาสิ ฉันเชื่อว่า แฟนๆ ต้องเข้าใจนายนะ”
...แปลกมั้ย? ทั้งที่แค่ได้ฟังคำพูดไม่กี่คำ หัวใจก็รู้สึกสบายขึ้นอย่างประหลาด...
“อย่างเพิ่งกังวลอะไรในตอนนี้เลย พักผ่อนก่อนเถอะ”
คาเมะเชื่อฟังอย่างว่าง่าย เลือกเอนกายลงแนบกับโซฟานุ่ม ยามะพีลุกขึ้นจากตรงที่เขานั่ง ก่อนจับขาของคาเมะวางลงแทนที่...
“จะนอนที่นี่เหรอ?”
“อือ” คาเมะตอบสั้นๆ ก่อนที่จะพักสายตาลงจากทุกสิ่งชั่วคราว...
“พักผ่อนนะ เดี๋ยวชั้นออกไปข้างนอกซักพัก...หลับให้สนิท ตื่นขึ้นมานายจะได้สบายขึ้น”
คาเมะฟังคำบอกเหล่านั้นไม่ได้ชัดถ้อยชัดคำนัก แต่ก็เลือกที่จะส่งเสียงอือออตอบรับออกไป ก่อนที่จะหลับใหลเข้าสู่ห้วงนิทราโดยไม่รับรู้อะไรใดๆ อีก...
.
.
.
.
.
...คาเมะไม่รู้ตัวว่าเขาหลับไปนานแค่ไหน แต่สิ่งที่ทำให้รู้สึกตัวตื่น คงเป็นกลิ่นอายหอมๆ ที่โรยตัวอยู่ทั่วทั้งห้อง...
บรรยากาศโดยรอบตัวของเขา มีเพียงแสงจากเปลวเทียนที่ส่องสว่าง...กลิ่นหอมที่โชยอยู่โดยรอบ คงมาจากเทียนเหล่านี้ที่จุดอยู่ตามที่ต่างๆ ของห้อง...คาเมะรู้สึกคุ้นกับมัน...แต่ในเวลานั้นเขาเลือกที่จะสนใจกับการหายตัวไปของยามะพีมากกว่าสิ่งอื่น ซักพักคนที่มองหาก็เดินออกมาจากห้องอาบน้ำ ในมือของยามะพีมีขวดสีเข้มเล็กๆ อยู่...ร่างเพรียววางมันลงยังชั้นวางของ...เดินตรงเข้ามายังที่คาเมะนั่งอยู่ และยื่นมือออกให้คาเมะจับเอาไว้...
“ไปอาบน้ำเถอะ กลับมาเหนื่อยๆ ทั้งที่ ...ได้ทำสปาคงดีไม่น้อยเลยนะ”
“สปา?” คาเมะทวนคำพูดอีกครั้ง...และได้รับการพยักหน้าแทนคำตอบ
“ระหว่างที่นายไม่อยู่ มีคนแนะนำมาน่ะ ฉันเลยลองซื้อมาทำดู”
ตอนที่คาเมะกลับมา ก็รู้สึกถึงกลิ่นหอมอ่อนๆ อยู่บ้างเหมือนกัน แต่ในเวลานั้น เ-าเหนื่อยเกินกว่าที่จะเอ่ยถามอะไร ออกไป...
ยามะพีดึงร่างเล็กเข้ามาในห้องน้ำ ก่อนจัดการถอดเสื้อผ้าให้...
“เอ่อ ..... ฉันจัดการเองดีกว่ามั้ย? ลำบากโทโมะเปล่าๆ”
“เกรงใจกันแค่นั้นหรอกหรือ?”
ยามะพีพูดราวกับเดาใจได้ จริงอยู่ที่คาเมะไม่ใช่แค่เกรงใจ เพราะความรู้สึกขัดเขินนั้นมีอยู่ไม่น้อยเลย...
คาเมะปล่อยให้ยามะพีถอดเสื้อของเขาออกอย่างไม่กล้าขัดใจ เมื่อเห็นสีหน้ากระตือรือร้นที่จะทำให้แล้ว ไม่อยากจะพูดขัดอะไรออกไปเลย ใบหน้าขาวๆ เปลี่ยนสีขึ้นเล็กน้อยเมื่อถูกอีกฝ่ายแตะต้องเข้าแถวๆ เข็มขัด...คาเมะเผลอรั้งตัวเองออก บอกห้ามปรามยามะพีก่อนที่จะช้าไปกว่านี้
“เอ่อ...ให้ฉันจัดการเองเถอะ...โทโมะ”
“งั้นก็ตามใจ”
ยามะพีละจากเขาไปแล้ว และเอาแต่ง่วนกับการทดสอบอุณภูมิของน้ำที่อยู่ในอ่าง แต่ถึงอย่างนั้น คาเมะก็ยังรู้สึกตะขิดตะขวงใจ จะว่าไปแล้ว ใช่ว่าจะไม่เคยเห็นกันและกัน แต่คราวนี้รู้สึกแปลกเหลือเกิน ตัวเองก็ไม่ใช่คนที่เก้อเขินกับเรื่องเพียงแค่นี้...แต่สำหรับวันนี้...แปลกไปจริงๆ...
ร่างกายของคาเมะไร้สิ่งใดปกคลุมแล้ว ใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กพันรอบเอวแทนที่ ยามะพีลากตัวคนที่เอาแต่ยืนนิ่งให้ก้าวลงไปในอ่าง...ร่างเล็กแช่กายลงไปในน้ำอย่างว่าง่าย โดยถูกห้อมล้อมตัวด้วยกลีบของดอกไม้ชนิดหนึ่งที่ลอยเกลื่อนอยู่....
“กลิ่นกุหลาบเหรอโทโมะ?”
“อืม.... - กลิ่นกุหลาบแดง - ”
ยามะพีนั่งลงที่ขอบอ่างสีขาว กางเกงผ้ายืดที่สวมใส่อยู่เปียกน้ำอุ่นที่ล้นออกมาน้อยๆ ... คาเมะมองมือเรียวชะโลมอ่อนๆ ด้วยน้ำมันก่อนเอื้อมแตะลงที่บ่าของเขา... ยามะพีนวดลงเบาๆ ออกแรงพอให้รู้สึกสบาย ทีแรกคาเมะก็ดูเหมือนจะเกร็งๆ กับการกระทำของยามะพี แต่เมื่อนานเข้า ความสบายก็มาแทนที่ความรู้สึกประหม่าเคอะเขิน......
“ดีรึปล่าวคาเมะ?” เสียงขึ้นจมูกที่เอ่ยถามทำเอาคนฟังตื่นจากภวังเคลิบเคลิ้ม...
“อืม...ก็รู้สึกสบายนะ...ว่าแต่โทโมะล่ะ เมื่อยรึปล่าว?”
“ไม่หรอก...ดีที่นายรู้สึกสบายขึ้น...เล่นละครเวทีแบบนั้นเหนื่อยไม่ใช่เล่นนิ่”
“เป็นธรรมดา ที่สำคัญก็เครียดด้วย...ฉันกังวลว่าจะเอนเตอร์เทรนคนดูไม่ได้เท่าที่ควรน่ะ”
“เหนื่อยหน่อยนะ แต่ยังไงวันนี้ก็ได้พักแล้ว วางตัวสบายๆ เถอะ นายจะได้พักผ่อนเต็มที่”
ยามะพีจะรู้บ้างมั้ยนะ? ว่าการที่คาเมะได้กลับมาที่นี่ เป็นอะไรที่สบายใจอย่างที่สุดแล้ว...ไม่ว่าต่างฝ่าย จะไปที่ไหนมา...ทุกครั้งที่ได้กลับมายังห้องๆ นี้ ทุกครั้งที่ได้กลับมาพบกัน ความรู้สึกที่ว่าสงบและเป็นสุขมักเกิดขึ้นเสมอ ได้อยู่ในที่ๆ มีเพียงเค้ากับคนที่รักมากขนาดนี้...ไม่มีสิ่งไหนที่จะวิเศษเกินกว่าอีกแล้ว...
“อะ....โทโมะ” คาเมะอุทานขึ้นเบาๆ เมื่อมือของยามะพีเริ่มเลื่อนต่ำลงมาจากบ่า มือเรียวลูบไล้เขาอยู่ใต้ผิวน้ำอุ่นๆ กลิ่นหอมอ่อนๆ ดูจะกำซาบลึกเข้าสู่ความรู้สึกมากขึ้น พอๆ กับหัวใจที่ตอนนี้เต้นรัวจนคาเมะต้องข่มตาห้ามปรามตัวเอง...
“...เอ่อ โทโมะ ฉันขึ้นดีกว่า นานมากแล้ว...” คาเมะรู้ตัวดีว่าเขากำลังถูกกลั่นแกล้ง ลมหายใจร้อนๆ ส่งผ่านคลอเคลียอยู่ริมใบหู ยามะพีก้มหน้าลงมาใกล้ คนที่กำลังปิดดวงตาเพื่อข่มความรู้สึกบางอย่างไม่ให้โหมกระพือไปมากกว่านี้.........คาเมะไม่เข้าใจความรู้สึกของตัวเอง ความรู้สึกที่ค่อนข้างสับสน แต่ในความว้าวุ่นนั้น กลับรู้สึกปลอดโปร่งอย่างประหลาดควบคู่กัน...
“อีกเดี๋ยวก็ได้... ชั้นนวดนายยังไม่เกิน 15 นาทีเลยนะ จะให้พอแล้วเหรอ ของอย่างนี้ ไม่ได้รู้สึกสบายกันรวดเร็วขนาดนั้นหรอกนะ”
...แน่ใจหรือ? ถ้าเป็นอย่างที่พูดจริง ทำไมความรู้สึกถึงได้ปั่นป่วนขนาดนี้?....คาเมะมองตามมือเรียวที่ลูบไล้ลงบริเวณต้นแขนรวมไปถึงยังเนินอกบาง แรงกดเน้นย้ำทำให้ความรู้สึกบางอย่างแทบรั้งเอาไว้ไม่อยู่ ความรู้สึกที่ว่าเพลิดเพลินในคราวแรก ถึงตอนนี้ กลับมีสิ่งอื่นเข้ามาแทรกจนรับรู้ในสิ่งเดิมๆไม่ได้อีกแล้ว คาเมะหันมองสบตากับคนที่นั่งอยู่บนขอบอ่าง มือของตัวเองที่เคยปล่อยทิ้งไปตามอารมณ์ ตอนนี้จับยึดที่ข้อมือบางอย่างจงใจ...
...คาเมะจูบลงเบาๆที่แขนของยามะพี เป็นเพียงสัมผัสแตะต้องที่ย้ำเตือนให้รู้ถึงความรู้สึก สำหรับยามะพีแล้ว ทำไมเขาจะดูไม่ออกว่าเกิดอะไรขึ้นกับคนรัก ที่เขากำลังบริการเป็นอย่างดีให้ จะว่าไป เขาเองก็แอบจงใจจะให้เป็นแบบนั้นอยู่ลึกๆ...
“โทโมะ...”
“...รู้สึกเหรอคาเมะ...”
“...อะ...อืม....” ไม่รู้จะตอบรับยังไง ...อับอายกับการที่อยู่ดีๆ กลับคิดไปเลยเถิด...
“แล้วจะให้ฉันทำยังไงล่ะ?” ยามะพีย้อนถาม...ทำไมเขาจะดูไม่รู้ว่าคาเมะต้องการอะไร ทุกอย่างบ่งบอกได้จากริมฝีปากบางที่เม้มเข้าหากันราวกับทรมาน ยามะพีนึกย้อนถึงสรรพคุณของอโรม่าตอนที่ตนไปหาเลือกซื้อ...ทั้งที่เลือกไว้สำหรับผ่อนคลายความตึงเครียดจากการทำงานได้แล้ว แต่เมื่อมาเจออโรมาขวดนั้นเข้า กลับต้องแปลกใจกับคำแนะนำที่ระบุเอาไว้ชัดเจน...
Red Rose
Scent: floral
Effect: aphrodisiac
Use for: Sex drive, insomnia, depression, relaxation
( กุหลาบแดง ::
รูปแบบกลิ่น :: ดอกไม้
คุณสมบัติ :: กระตุ้นอารมณ์
ใช้สำหรับ :: กระตุ้นอารมณ์ทางเพศ แก้ไขสภาวะนอนไม่หลับ ซึมเศร้า...และคลายเครียด....)
คนที่ไม่เคยเชื่ออะไรง่ายๆ อย่างเขา ใครจะคิดว่าอโรม่าจะออกฤทธิ์ได้รวดเร็วถึงขนาดนี้ แม้ไม่ได้รุงแรง ไม่ได้เร่งเร้า...แต่ เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวาบหวามและเย้ายวน...
...แต่สำหรับคาเมะ ในตอนนี้คงไม่อาจเดาได้แล้วว่า ความรู้สึกพุ่งพล่านนี้เกิดขึ้นจากอะไร...ดวงตาเรียวกำลังพร่ามัว...มือที่จับต้องลงที่ข้อมือของยามะพีนั้นเน้นหนักและออกแรงบีบมากขึ้น...ยามะพีตัดสินใจรั้งร่างเล็กขึ้นจากอ่างน้ำอุ่น...แรงโน้มถ่วงอันเกิดจากน้ำที่ซัมซับไว้ ทำให้ผ้าขนหนูผืนเล็กที่พันอยู่รอบเอวคอดเลื่อนลงจนหมิ่นเหม่...
“ไหวมั้ย?”....ยามะพีเอ่ยถาม แต่กลับไม่มีคำตอบให้ได้ยิน ... นอกเสียจากเสียงลมหายใจเข้าออก...
“ไม่เป็นไรแล้วโทโมะ” เอ่ยหลังจากที่ทรงตัวอยู่ได้ คาเมะสูดลมหายใจเข้าออกแรงๆ เพื่อปรามบางสิ่งที่คุกรุ่นอยู่ในใจ ก่อนเดินตรงไปที่ประตูเพื่อเปิดออกไปยังภายนอก...
นี่ไม่ใช่สิ่งที่ควรเกิดขึ้นในเวลานี้ แต่ถ้าปล่อยให้อยู่ในสภาพนี้ต่อไป คาเมะรู้ดีว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น
“....คาซึยะ...”
...เสียงเรียกแผ่วเบานั้นทำให้คนฟังหันกลับมอง ยามะพีถอดเสื้อที่เปียกชื้น ก่อนเดินตรงมายังร่างเล็กที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่หน้าบานเลื่อนฝ้ามัว ยามะพีดันตัวของคาเมะจนติดกับประตูกระจกเบาๆ ริมฝีปากอิ่มจูบลงที่ปากบางรุนแรง จนคาเมะเปล่งเสียงคัดค้านในลำคอ แต่ค้านได้เพียงครู่เดียว เพราะหลังจากนั้นตัวเองกลับเป็นฝ่ายดึงดัน ที่จะไล่ตามความหอมหวานราวกลิ่นกุหลาบนั้นเสียเอง...
...ผ้าขนหนูผืนเล็กเลื่อนหลุดลงสู่พื้นนานแล้ว คงนานพอๆ กับที่ยามะพีโอบอุ้มคาเมะเอาไว้ มืออุ่นสัมผัสผ่านกับความร้อนผ่าวที่ไม่ต่างกัน คาเมะจับไหล่ของยามะพีไว้แน่น บีบเกร็งลงเมื่อรู้สึกถึงความอัดอั้นที่กำลังจะถูกระบายออกไป ความรุนแรงของการสัมผัสเพิ่มตามห้วงอารมณ์ที่ทะยานสูงขึ้น คาเมะสั่นสะท้านไปทั้งตัว ในทันทีที่ได้ปลดปล่อย...แต่แน่นอนว่ามัน...ไม่ได้สูญหายไปหมดสิ้นแค่ภายในคราเดียว...
“.....โทโมะ...” ...เสียงแหบพร่าเรียกชื่อของคนรักอย่างมีความนัย ดวงตากลมโตจ้องมองประสานกลับ คาเมะจับมือของโทโมะที่ยังชุ่มไปด้วยรักของเขาขึ้น ริมฝีปากบางไล้จูบ ดูดกลืนความรู้สึกทั้งหมดของตัวเองที่ยามะพีกักเก็บมันไว้จนหมด เจ้าของใบหน้าหวานจ้องมองคนรักในทุกการกระทำ ดูนิ้วมือเรียวที่กำลังจมหายไปกับริมฝีปากของคาเมะทีละนิ้วๆ อย่างลุ่มหลง...ก่อนคาเมะจะเป็นฝ่ายพลิกร่างเพรียวบางลงนาบกับบานกระจกฝ้านั้นแทนที่...
กึกๆ.....กึกๆ.....
เสียงบานประตูสั่นไหว...พร้อมๆ กับการขยับกายของคนสองคน...
...ไม่ไหวแล้ว...คาเมะรู้ดีว่าตอนนี้เขาไม่อาจห้ามปรามตัวเองได้อีก กลิ่นหอมของอโรมายั่วยวนเร่งเร้า ล่องลอยอยู่ทั่วบรรยากาศคุกรุ่น มือบอบบางที่มีพลังนั้นแทรกผ่านเข้าไปในกางกางผ้ายืด จับต้องบริเวณสะโพกมนจงใจกระตุ้น จนเจ้าของใบหน้าหวานเผลอเปล่งเสียงใสอย่างวาบหวาม...
“ไหวเหรอ?...เหนื่อยมาไม่ใช่เหรอ?” น้ำเสียงขึ้นจมูกเอ่ยถาม...แต่คำตอบที่ได้กลับเป็นเพียงจูบรุนแรงที่กดปิดริมฝีปากอวบอิ่ม คาเมะส่งลิ้นนุ่มควานหาความหอมหวานอย่างเอาแต่ใจ ทั้งที่มือเองก็ไม่ได้หยุดการเคลื่อนไหวลงแม้แต่น้อย เสียงหวานประท้วงอยู่ในลำคอ จูบของคาเมะถึงไม่ได้เร้าร้อน แต่หนักหน่วงจนทำเอาคนที่ถูกจูบแทบหมดแรง...เมื่อตักตวงจนพอใจ ริมฝีปากบางจึงคลายออกเพื่อต่างฝ่ายต่างได้แสวงหาอากาศ ก่อนที่จะขาดใจลงไปทั้งคู่ จมูกโด่งของคาเมะซุกไซร้ลงที่ต้นคอระหง กดย้ำตามลงด้วยริมฝีปากครั้งแล้วครั้งเล่า...ลำคอ...ไหล่...หน้าอก...ทั่วทุกทีปรากฎรอยสีจางขึ้นภายในชั่วไม่กี่นาที...
“ที่เตียงเถอะ” ยามะพีขืนกายของคาเมะให้ห่างออก ลมหายใจของทั้งคู่ต่างรินรดกัน ในตอนนั้น จากน้ำในอ่างที่ว่าอุ่น ตอนนี้ คงสู้ความร้อนในกายที่ประทุขึ้นมาไม่ได้...
ยามะพีไม่รู้ตัวหรอกว่ามาถึงที่เตียงได้อย่างไร คงจะคล้ายๆกันกับคนที่ค่อมอยู่เหนือร่างของเขา แสงสีนวลจากเปลวเทียนวูบไหวเมื่อถูกแรงลมหายใจพัดผ่าน กางเกงของยาะพีถูกขว้างทิ้งอย่างไร้ค่าห่างออกไปไกล สองแขนของคาเมะยันกายไว้กับพื้นเตียง เช่นเดียวกับขาของยามะพีที่ตั้งชันขึ้น ต้นขาด้านหลังเปลือยเปล่าอ่อนนุ่มเสียดสีกับหน้าขาแข็งแรงเบาๆ แต่เท่านั้นก็ทำให้ทั้งคู่ตื่นตัวขึ้นได้ง่ายๆ กลิ่นอโรมา เรดโรส อบอวนอยู่ทั่วห้อง กระตุ้นความรู้สึกของทั้งสองฝ่ายให้เตลิดไปไกล อย่างห้ามไม่อยู่ ยามะพีเลือกวางมือจากเกมส์รักที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น และปล่อยให้เป็นหน้าที่ของอีกฝ่ายว่าจะนำพาเขาไปตลอดลอดฝั่งได้หรือไม่...
...เทียนหอมที่หลอมเหลวจากเปลวไฟ คงคล้ายกับหัวใจที่กำลังหลอมละลายด้วยรสรัก เรียวขาของยามะพีที่พาดอยู่บนไหล่หนานั้นสั่นไหว อันส่งผลมาจากแรงเบียดย้ำของคาเมะ เสียงผิวเนื้อกระทบกัน สะท้อนก้องขึ้นเป็นระยะในห้องสลัว...
“.....ช้าลงหน่อย....คาซึ...ยะ.....”...ยามะพีปรามความร้อนแรงที่ถูกส่งผ่านมา คาเมะเหนื่อยหอบ เขาควบคุมตัวเองให้ทำตามอย่างที่ร่างเพรียวบางว่าไม่ได้ เกินกำลังกว่าจะสั่งจิตใจให้ฉุดรั้งเขาไว้อีกแล้ว คาเมะกระทั้นร่างของตัวเองรุนแรงยิ่งขึ้นเมื่อรับรู้ถึงจุดหมายที่รออยู่เบื้องหน้า เสียงหอบหายใจหนักๆ ของทั้งคู่ดังผ่านความเงียบในห้องนอนกว้าง ก่อนที่คาเมะจะแทรกตัวเองลงในกายของยามะพีเป็นครั้งสุดท้าย ทั้งที่ได้เคยปลดปล่อยบ้าง แต่ความรู้สึกมากมายที่ทะลักล้นกลับไม่ได้น้อยลงไปจากเดิมเลย แก้มนุ่มๆ ที่ตอนนี้เป็นสีแดงระเรื่อ ทาบทับอยู่บนหน้าอกบาง ร่างกายของคาเมะยังสะเทิ้นกับความรู้สึกที่เพิ่งได้ถูกปลดปล่อยออกไป...
“....โท..โมะ....ขอโทษ”....ริมฝีปากบางพูดรดระอยู่กับผิวเนื้อสีแทนเนียนสวย คาเมะกล่าวยอมรับในสิ่งที่กระทำลงไปอย่างไม่รู้ตัวนั้น...
ยามะพีวางมือเรียวลงบนเส้นผมอ่อนนุ่ม เป็นเชิงบอกว่าตนไม่ได้รู้สึกเคืองโกรธอะไร ถึงจะเจ็บปวดบ้าง แต่ก็เป็นสุขและเป็นสิ่งที่ตัวเขาเองก็ต้องการเช่นกัน...
“เค้าว่าถ้ามีเซ็กซ์หลังจากที่ทำงานมาเหนื่อยๆ มันจะทำให้ปลอดโปร่ง...รู้สึกอย่างนั้นรึปล่าวคาเมะ?”
“ไม่ค่อยนะ...ก็....ยังล้าๆ อยู่เหมือนเดิม...” คาเมะเงยหน้าขึ้นตอบอย่างเก้อเขิน จริงอยู่ที่เขายังไม่ได้ละตัวจากยามะพี แต่กลับรู้สึกว่าจะถูกเรียวขานั้นรั้งไว้ด้วยเสียมากกว่า...
“ไม่ดีนะ ถ้าเกิดเป็นอย่างนั้น ถ้าจะให้ดีล่ะก็ มันต้องสุดๆ กว่านี้สิ”
“เอ๋?” เสียงเล็กเผยออกมาด้วยความสงสัย แต่สิ่งที่พบก็เป็นเพียงรอยยิ้มที่ดูเจ้าเล่ห์จนน่าหวาดหวั่น.............
“เสียของชะมัด...ถึงจะมีผล แต่ก็คงไม่มากเท่ากับรู้สึกด้วยตัวเองล่ะมั้ง”
“พร่ำอะไรอยู่ได้น่ะโทโมะ......อ๊ะ!” ยามะพียันกายขึ้นกระทันหัน ก่อนยึดปลายคางมนช่วงชิงจูบจากริมฝีปากบางรวดเร็วจนคาเมะไม่ทันตั้งตัว ลิ้นอุ่นๆ สอดรัดลิ้นที่นุ่มไม่แพ้กันรุนแรง ทั้งที่กำลังแขนของคาเมะมีมากมายกว่า แต่กับการที่ถูกกระตุ้นโดยไม่รู้ตัวมาก่อนอย่างนี้ ทำเอาเรี่ยวแรงที่มีคล้ายจะถูกดูดกลืนหายไปอยู่ที่ร่างเพรียวบางนั้นเสียหมดแล้ว...
ยามะพีไม่ปล่อยให้คาเมะหันหนี มือเรียวที่มีกำลังไม่แพ้กันยึดศรีษะของคาเมะ ให้น้อมรับริมฝีปากของเขาอย่างว่าง่าย จูบของยามะพีเร้าร้อนและรุนแรง ไม่แปลกเลยที่คาเมะจะเกิดความสับสนขึ้นมาอีกครั้ง ร่างของคาเมะค่อมอยู่บนหน้าขาข้างหนึ่งของยามะพี เมื่อขาเรียวออกแรงยกชันขึ้น ด้านหลังของคาเมะจึงถูกล่วงล้ำสัมผัสกับผิวเนื้อของยามะพีไปโดยปริยาย...
“.....อื้อ~....” เสียงใสต้องท้วงเตือนขึ้นเมื่อรับรู้ว่าอาจต้องขาดอากาศหายใจ หากยามะพียังไม่ยอมปล่อย ริมฝีปากอิ่มบดเบียดริมฝีปากบางที่แดงสด จนแดงช้ำขึ้นไปอีก สองมือของคาเมะผลักยันอยู่ที่อกของยามะพี ส่วนขาที่วางอยู่ในถ้าคุกเข่าก็สั่นสะท้านไปตามที่ยามะพีออกแรงกลั่นแกล้ง...
“...จะเอาคืนกันเหรอ?...” แทบจะหมดแรงพูด แต่ก็ยังไม่วายเอ่ยถาม
“เปล่าซักหน่อย...มันเป็นการถอนรากถอนโคนต่างหาก”
...นอกจากจะเอาแต่ใจแล้ว คนๆ นี้ยังเจ้าเล่ห์มากเสียด้วย คาเมะถูกรั้งเอวได้รูปให้แนบชิดกายกัน ขาทั้ง 2 ข้างของยามะพีกลายเป็นพนักพิงให้คาเมะได้ใช้พยุงร่างกายอ่อนแรง แม้จะผ่านการร่วมรักมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ดูเหมือนเรี่ยวแรงของยามะพีจะไม่ได้ลดลงเลย ผิวที่ถูกชะโลมด้วยน้ำมันบางๆ ก่อนหน้านี้ ขับผิวที่ต้องแสงไฟของคาเมะให้ดูเป็นประกาย ยามะพีใช้มือทั้ง 2 ข้างลูบไล้ทั้วร่างของคาเมะอีกครั้ง ก่อนเลื่อนลงต่ำแนบสัมผัสยังโคนขาด้านใน...
ยามะพีไม่แตะต้องเต็มมือ ทำเพียงแค่ผิวเผินเคลื่อนปลายนิ้วผ่านไปมา จนคนเก่งที่เผลอแอบใช้กำลังไปเมื่อครู่ กลายเป็นฝ่ายเกร็งสั่นจนต้องกัดริมฝีปากของตนเสียแน่น คาเมะเมินหน้าหนี ไม่กล้าสบกับแววตาลุ่มหลงนั้น เขารู้ตัวเองดีว่าต่อให้เก่งยังไง ต่อให้กล้าแค่ไหน สุดท้ายคนที่น่ากอดคนนี้ ก็จะตอบกลับเขามากมายยิ่งกว่าเดิมอีกเป็น2เท่า! ...
...ที่ยามะพีอ่อนข้อให้ เพราะเขารู้ดีเช่นกันว่า คาเมะมักว่าง่ายเมื่อไม่มีแรงจะขัดขืน คราวนี้ก็เหมือนกัน ทีแรกๆ ยามะพีไม่ออกแรงอะไรปล่อยให้เจ้าคนตัวเล็กแข็งขืนอยู่ฝ่ายเดียว การแสดงความรัก ยามะพีไม่เคยขัดหรอกว่าจะเป็นแบบไหน...แต่เมื่อถึงโอกาสที่จะได้คุมเกมส์บ้าง เขาก็ต้องการให้ทั้งตัวเองและคนที่รัก สุดๆ กับมัน จนทำให้ไม่อาจลืมรูปแบบความรักของยามะพีลงได้เลย แม้เพียงซักครั้งเดียว!...
คาเมะเปล่งเสียงแหบพร่าเมื่อรู้สึกถึงความต้องการของตัวเองและของยามะพี ดวงตาเรียวรื้นน้ำตาขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ ยามะพียื้อเค้าไว้ ไม่ยอมนำพาไปยังสิ่งที่ปรารถนา ริมฝีปากอวบอิ่มอมยิ้มขึ้นน้อยๆ ชะโงกหน้ากระซิบลงเบาๆ ที่ริมใบหูเรียวเป็นเชิงเร้า...
“อยากได้อะไรจากชั้นคาซึยะ?...เอาอย่างเมื่อกี้ หรือ อย่างไหน?”
“...............................” ...ริมฝีปากเม้มเข้าหากัน...ยามะพีเอนหลังพิงกับหัวเตียงรอคำตอบ...
“ว่ามาสิคาซึยะ...อย่านานนัก...บอกมาเลย ว่า - ข้างหน้า - หรือ - ข้างหลัง - ....”
คนถูกถามไม่อาจตอบอะไรได้อีก มือเรียวสั่นระริกจับต้องในสิ่งที่ต้องการเอาไว้ กายของยามะพีถูกแทรกเข้าไปในร่างเล็กๆ ด้วยมือของคาเมะเอง แม้สัมผัสได้ว่ายามะพีก็ร้อนจนแทบทนไม่ไหว แต่ยังเทียบไม่ได้กับความระอุที่ฝังตัวอยู่ในตัวของคาเมะ...ทั้งร้อน และดูทรมาน ยิ่งกว่านี้อีกหลายเท่านัก...
...ร่างเล็กเคลื่อนไหวช้าๆ ราว 3 สัปดาห์ที่ไม่ได้รับการแตะต้องทำให้บีบรัดด้วยตัวเองอย่างทรมาน คาเมะเกลียดนักที่ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้อย่างยามะพี สีหน้าและอาการที่โหยหาความใคร่ของเขา คงไม่น่ามองเอาเสียเลย.....
ยามะพียิ้ม เขายิ้มเมื่อเห็นคนรักกำลังปั่นป่วน คาเมะที่สุขสมกับการเป็นฝ่ายนำพาเขาไป สู่ไม่ได้เลยกับในตอนนี้ ผิวขาวๆ ของคาเมะแดงจัด ริมฝีปากนั้นก็ช้ำจนน่าทะนุถนอม ผิดกับเมื่อกี้ ที่คาเมะเอาแต่ระบายๆ ออกไป อย่างนี้หรอก เขาถึงจะเรียกว่า...มอดไหม้ลงไปได้จริงๆ...
“ท่าจะไม่ไหวละมั้ง...จะให้ช่วยกันก็บอกสิ” ยามะพีพูดแกล้งคาเมะอีกครั้ง เมื่อเห็นร่างเล็กเคลื่อนไหวตัวเองอย่างอ่อนล้า คาเมะทิ้งมือลงกับพื้นเตียง กำผ้าปูที่นอนสีขาวสะอาดเพื่อต้านความรู้สึกเอาไว้ ถึงจะโกรธที่ถูกแกล้ง แต่ปากบางที่กำลังสั่นน้อยๆ กลับพูดในสิ่งที่ตนเองคิดว่าน่าอับอายออกมาจนได้...
“...ช่วย...”
“...ช่วย...ที...โทโมะ...”
...ตุ๊บ...
คาเมะถูกเหวี่ยงลงกับเตียงแรงๆ ก่อนที่ขาทั้งสองข้างจะถูกจับพาดขึ้นบนบ่าของยามะพี...
ทันทีที่แทรกกายลงไป ยามะพีก็ออกแรง ย้ำๆ ซ้ำๆ เคลื่อนไหวจนคนที่นอนอยู่สะท้านไปทั้งร่าง...
คาเมะเอื้อมมือโอบรอบคอของยามะพีไว้ เสียงเครือดังแว่วพร้อมกับเสียงหอบหายใจหนักๆ
ร่างกายที่เคลื่อนไหวหนักๆ ทั้งที่ร่างผอมบาง แต่กลับสะสมไปด้วยความแข็งแรง เรี่ยวแรงของยามะพี มีมากกว่าที่ใครๆ คาดไว้ แต่สำหรับคาเมะ เขารับรู้และเข้าใจในร่างกายของยามะพีมานานแล้ว...
“....อดทน...อีกนิดเถอะนะ...คาซึยะ...” พูดไปทั้งที่ไม่ได้ลดแรงลงเลย
“....โทโมะ.....ฉัน...ย....” ปากบางไม่มีโอกาสได้พูดอะไรอีกเมื่อถูกริมฝีปากอิ่มดูดกลืนลงไปจนสนิทแน่น...
ยามะพีจูบหนักๆ อีกหลายครั้งหลายครา จูบจนรู้ว่าเขาก็รั้งตัวเองไว้ไม่ได้อีก เสียงครางในลำคอของทั้งคู่ดังขึ้นพร้อมๆ กับที่ร่างกายกระตุกสั่น คาเมะเสียดแปลบที่ท้องน้อย ก่อนจะรับรู้ถึง น้ำสีขาวขุ่นจากตนเอง และของยามะพีที่ถูกปลดปล่อยจนซึมเลอะออกมาภายนอก...
ดวงตาของคาเมะปิดสนิท ลมหายใจยังกระทั้น หัวใจเต้นเป็นจังหวะรัว จนยามะพีต้องจุมพิตที่หน้าผากมนเป็นการปลอบประโลม...
ยามะพีทิ้งตัวลงข้างกายของคาเมะ ในตอนนี้คนรักของเขา คงได้ใช้พลังกายและใจไปจนหมดในคราวนี้แล้ว ตี 1.35 นาที เวลาในค่ำคืนนี้ก่อนถึงรุ่งสางยังอีกยาวนานนัก ยามะพีลุกขึ้นดับเทียนที่เริ่มหลอมตัวลงจนใกล้จะหมดเล่ม ของพรรค์นี้เขาไม่จำเป็นต้องใช้มันอีกต่อไป กลิ่นของอโรมาชั้นเยี่ยมที่เขาค้นพบ ไม่ได้มาจากที่ไหนเลย แต่มาจากกลิ่นอายของความรักที่หอมอบอวลอยู่ทั่วไปนี้เอง...
************************************************
“คาเมะ.....คาเมะนาชิ”
“อ่ะครับ! ว่าไงฮะ ซุบารุคุง”
“อีก 2 ชั่วโมงจะเล่นแล้ว ไม่คิดจะซ้อมบทกันพลาดอีกหน่อยเหรอ?”......
“เอ่อ ครับ ซ้อมก็ได้ฮะ”....หยิบบทที่วางทิ้งข้างตัวขึ้นมาอ่านอย่างรวกๆ
“คาเมะ ถามอะไรหน่อยสิ”
“ครับ?”
“ช่วงที่นายกลับโตเกียวไป ไปไหนมามั่งรึปล่าว?”
“เอ่อ ปล่าวครับ อยู่ที่ห้องตลอด”...พูดไป...หน้าแดงไป
“...อ่อเหรอ....” รุ่นพี่นึกในใจ....คงคิดมากไปเอง
“ทำไมเหรอครับ? ผมมีอะไรปิดปกติเหรอ?”
“ก็ไม่เชิง แต่ฉันว่าดูนาย...ก็สดชื่นขึ้นนะ...แต่ผิดกับเนื้อตัวของนายชอบกล...”
คิ้วเรียวขมวด ไม่เข้าใจในสิ่งที่รุ่นพี่คนนี้จะสื่อเลย
“อีกไม่กี่รอบ ก็จะจบแล้ว ยังไงก็อดทนอีกหน่อยแล้วกัน...ที่สำคัญ พอจบวันแล้วพักซ้อมบ้าง รักษาสุขภาพหน่อย ตานานคล้ำหมดแล้วคาเมะ”
“.....คะ.....ครับ ผมจะพยายาม”
ซุบารุยังคงต่อบทกับรุ่นน้องนักแสดงนำต่อไป...จนเมื่อมีสตาฟนำโทรศัพท์สายด่วนมาให้ยังห้องพัก...
“ยามะพีเหรอ ว่าไง?”
“รออัดรายการ ว่างๆ เลยโทรมาหาน่ะ...แล้วนายล่ะ..ทำอะไรอยู่”
“ต่อบทกับซุบารุคุงอยู่น่ะ อีก 2 ชั่วโมงจะขึ้นรอบแรกของวันนี้แล้ว” เมื่อเอ่ยชื่อไป ก็อดไม่ได้ที่จะก้มหน้าลงขอโทษรุ่นพี่ที่มีสายเข้ามาในเวลางาน
“เหรอ อีกไม่กี่วัน ก็ได้กลับโตเกียวถาวรแล้วใช่มั้ย”
“อือ ทำไมเหรอ?”
“คาเมะชอบเปเปอร์มิ้นท์มั้ยล่ะ?” หากสามารถมองเห็นหน้าของคู่สนทนาผ่านทางโทรศัพท์เครื่องนี้ได้ ร่างเล็กคงได้เห็นสีหน้าเจ้าเล่ห์เป็นแน่...
“ก็ชอบนะ”
“อืม งั้นไว้กลับมา...ชั้นค่อย สปา เปเปอร์มิ้นท์ ให้นายละกัน”.
...สปา...สปาอีกแล้ว คราวนี้จะเป็นแบบไหน????
แต่เปเปอร์มิ้นท์...คงไม่มีฤกษ์อย่างกลิ่นกุหลาบหรอกมั้ง?
.........คาเมะหันไปสนใจกับการต่อบทละครอีกครั้ง เมื่อวางจากปลายสาย..........
.........ส่วนยามะพีพอเลิกคุยก็หยิบกระเป๋าใบเล็กขึ้น ค้นหาของถูกใจที่เพิ่งได้ติดมือมา............
Peppermint
Scent: sweet, minty, fresh
Effect: refreshing
Use for: nausea, indigestion, sunburn, concentration
And...
...Sex drive...
…..End…...