[PR]上記の広告は3ヶ月以上新規記事投稿のないブログに表示されています。新しい記事を書く事で広告が消えます。
“อยากนอนกับผมมั้ย?”
ผมหันมองเจ้าของริมฝีปากสวย ที่พูดประโยคนั้นออกมาอย่างไม่เข้าใจ....
คนพูดเพียงยิ้มให้ผม ปลายนิ้วเรียวไล้ลงบนขอบแก้วที่บรรจุไว้ด้วยน้ำสีอำพัน...
“เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน” ผมบอกตามความจริง ในเมื่อก่อนหน้านี้ไม่ถึงห้านาที เขาเพิ่งจะมานั่งตรงที่ว่างข้างผม
“นั่นเป็นปัญหาสำหรับคุณหรือ?” เขาถามขณะที่เราทั้งคู่เริ่มจะลืมทุกอย่างรอบข้าง และสร้างโลกส่วนตัวของเราสองคนขึ้นมาโดยที่ผมไม่รู้ตัว
“เปล่า แต่ผมแค่คิดว่า เราไม่รู้จักกันเลย” ผมมองหน้าเขา...และมองเลยไปยังริมฝีปาก ที่กำลังแตะลงบนแก้วใส...ทั้งที่จิบเพียงเล็กน้อย แต่เหล้ากลับฉ่ำริมฝีปากบางนั้นจนชุ่ม
“....ผมชื่อ คาซึยะ....ส่วนเรื่องราวมากกว่านี้ของผม ถ้าคุณยอมไปด้วย เราจะได้เรียนรู้กันอีกนาน” เขาเสมองมาทางผมอย่างจงใจ บ่งบอกความปรารถนาสื่อผ่านดวงตาคู่สวย........
เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่ใช่ว่าจะไม่เคยเห็นหน้า ผมเคยเจอเขาที่ผับแห่งนี้หลายครั้ง แต่เราทั้งคู่ต่างไม่เคยได้พูดคุยหรือนั่งใกล้ชิดกันแบบนี้ จะว่าไปแล้ว อาจเป็นผมเองก็ได้ ที่ไม่เคยสนใจใคร ผมมาอาศัยที่นี่เพียงเพื่อผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากการทำงานมาทั้งอาทิตย์เท่านั้น...ไม่เคยพูดคุยกับใครจริงจัง หรือหาเพื่อนแก้เหงา....และไม่เคยมีซักครั้งที่คิดจะหาคู่นอน...โดยเฉพาะ กับผู้ชาย...
“หรือคุณรังเกียจ?” เขาถามระหว่างที่ผมกำลังคิดทบทวนเรื่องของเขา...ผมส่ายหน้า...ทั้งที่ไม่เคยมีอะไรกับผู้ชาย แต่ผมกลับไม่รู้สึกรังเกียจเจ้าของริมฝีปากบางนี้แม้แต่น้อย
“ผมแค่...ไม่เข้าใจ ทำไมถึงเป็นผม” ผมถามตรงๆ ในเมื่อมีผู้คนตั้งมากมายรายล้อมเราทั้งคู่
“เพราะผมเลือกคุณ” เหตุผลง่ายๆ ที่เขาบอก เขาจิบเหล้าในแก้วอีกครั้งและสบตาผมราวกับจะยืนยันในคำพูดนั้น
“คุณไม่ต้องคิดมาก แต่ต้องการหรือไม่ก็เท่านั้น” เขาพูดย้ำอีกครั้ง ตามจริงแล้วผมเองยังไม่รู้สึกต้องการใคร ถึงแม้จะร้างราเรื่องแบบนั้นมานานพอดู...แต่ถ้าหากจะบอกว่า ผมไม่ต้องการเขาเลย คงไม่ใช่ ในเมื่อสายตาของผมยังคงจับจ้องริมฝีปากของเขาอยู่ตลอด รีมฝีปากบางเฉียบที่มุมปากชื้นด้วยเหล้าบางๆ ทำให้ผมนึกอยากจะใช้มือเช็ดออกให้เขาแผ่วเบา....
แต่ร่างกายดูจะไวกว่าความคิด ผมไล้นิ้วโป้งลงบนมุมปากของเขา เช็ดรอยเครื่องดื่มสีอ่อนออกให้อย่างลืมตัว...
สายเกินกว่าที่ผมจะชักมือกลับ...เขาจับข้อมือผมไว้แน่น และตอบรับผมด้วยปลายลิ้นที่ค่อยๆ ละเลียดบนนิ้วของผมเบาๆ....รอยยิ้มของเขา เป็นสิ่งสุดท้ายที่ผมมองและรับรู้ได้ด้วยสติของตัวเอง ก่อนที่เราทั้งคู่จะเดินออกไปนอกร้าน และผมเองยอมเป็นฝ่ายให้เขา พาไปยังที่ๆ เขาต้องการอย่างง่ายดาย............
.......
..........
.......
........
.....
ผมมานั่งนึกถึงเรื่องราวทั้งหมดในห้องของโรงแรม เสียงน้ำที่ยังคงดังให้ได้ยินอยู่เรื่อยๆ ทำให้รู้ว่าผมไม่ได้เมาจนขาดสติแต่อย่างใด ผมตามเขามายังห้องนี้ ได้อาบน้ำและนั่งลงที่เตียงนี้ เสื้อผ้าของเราพาดอยู่บนพนักเก้าอี้ ผมสวมเพียงเสื้อคลุมอาบน้ำ....และผมเองก็กำลังรอเขา....
เสียงน้ำฝักบัวเงียบลง ตามด้วยเสียงเปิดประตู....เขาเดินออกมาจากห้องน้ำในชุดแบบเดียวกับผม...เขานั่งลงบนเตียงข้างกัน ไม่มีเสียงพูดคุย เขาเพียงยิ้ม และจับมือของผมเอาไว้
บรรยากาศในห้องดูอึดอัด ผมไม่รู้ว่าตัวเองคิดถูกรึเปล่า ที่ตามเขามาถึงที่นี่ ..ผมไม่ทันได้ทบทวนอะไรต่อ เมื่อรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นข้างใบหู ผมหันมองเขา หน้าของเราใกล้กันจนผมเผลอหยุดหายใจ ผมปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปตามความรู้สึก เราจูบกัน ริมฝีปากของเราแนบชิดกัน ปลายลิ้นของเขาเร่งเร้าผมอย่างช่ำชอง จนผมลืมสิ่งที่กังวลก่อนหน้านี้ไปหมด และเปลี่ยนเป็นฝ่ายรุกไล่เรียวลิ้นนั้นเสียเอง......
เสื้อคลุมอาบน้ำของเรา ถูกถอดกองไว้ข้างเตียง ริมฝีปากของเรายังไม่ละออกจากัน ผมพยุงร่างของเขาให้นาบลงกับพื้นเตียง ผมตามลงทาบทับ ร่างกายของเราแนบชิดกันจนไม่เหลือช่องว่าง ริมฝีปากของเรา ยื้อยุดกันอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่ผมจะเป็นฝ่ายละห่างออกมาอย่างเสียดาย....ทั้งที่เพิ่งจูบกับผู้ชายเป็นครั้งแรก แต่น่าแปลกที่ผมกลับรู้สึกดีมากกว่าจูบกับผู้หญิงที่ผมเคยคบมา.....
เราทั้งคู่สบตากัน เขามองลึกเข้ามาในดวงตาของผม ราวกับกำลังค้นหาอะไรบางอย่าง มือทั้งสองข้างของเขา โอบรอบคอผมไว้ ผมรู้ตัวดีว่าถ้าทุกอย่างดำเนินไปไกลกว่านี้ ผมอาจจะหยุดตัวเองไว้ไม่ได้อีก แต่ความคิดทั้งหมดกลับหยุดลงด้วยรอยยิ้มของเขา...รอยยิ้มที่ทำให้ผมลืมความเป็นตัวเอง และปล่อยให้เป็นไปตามการชักนำของเขา.......
...ผมไม่เคยร่วมรักกับผู้ชายมาก่อน แต่ใช่ว่าจะไม่เคยรับรู้ในเรื่องแบบนี้ เมื่อทุกอย่างมาไกลเกินกว่าที่ผมจะฉุดรั้งตัวเองไว้ได้ ความรู้สึกแรกที่ได้อยู่ในร่างกายเขา ความร้อนรุ่มนั้นทำให้ผมห้ามตัวเองอย่างยากลำบาก เขาส่งเสียงครางในลำคอเบาๆ เมื่อผมออกแรงขยับกาย ผมก้มลงจูบเขา ดูดกลืนเสียงร้องที่ยิ่งดังเมื่อผมเคลื่อนไหวร่างกายมากขึ้น...เมื่อทุกอย่างดำเนินมาจนถึงที่สุด เล็บของเขาจิกลงบนไหล่ของผมแรง ผมไม่รู้สึกถึงอะไรอีกแล้ว นอกจากความสุขที่เราทั้งคู่มอบให้แก่กัน
.......
..........
.......
........
.....
ผมไม่รู้ว่าหลับไปนานแค่ไหน มารู้สึกตัวอีกทีเพราะนิ้วเรียวที่ไต่อยู่บนกลางอกของผมแผ่วเบา.........
“นอนไม่หลับเหรอ?” ผมถามขณะจับมือเขาไว้แน่น ก่อนกดมือบางให้แนบลงบนอกของผม
เขาซุกตัว เลื่อนศีรษะวางบนแขนของผมแทนหมอนนุ่ม
“คุณรู้สึกดีรึเปล่า?” เขาถามออกมาอย่างง่ายๆ จนผมนึกอยากเห็นสีหน้าตอนถามของเขาเหลือเกิน แต่ผมมองเห็นได้แค่เส้นผมชื้นเหงื่อ ที่ไหวเบาๆ ตามแรงขยับของเขาเท่านั้น
“แล้วคุณล่ะ? เลือกที่จะมีอะไรกับผม แล้วรู้สึกดีเหมือนกันมั้ย?” ผมย้อนถาม เขาเงยหน้าขึ้นมองผม ตอบพร้อมกับรอยยิ้ม
“คุณเป็นยิ่งกว่าที่ผมเคยจินตนาการไว้ซะอีก....ถ้าบอกจะเชื่อมั้ย ว่าคุณทำให้ผมรู้สึกเหมือนกับว่ากำลังมีความรัก”
ผมมองเขาอย่างอึ้งๆ เพราะไม่คิดว่า ตัวเองจะมีอิทธิพลกับใครได้ถึงขนาดนั้น
“คุณเป็นคนแรก ที่ทำให้ผมรู้สึกอย่างนั้น” เขาพูดต่อขณะขยับศีรษะลงในแบบเดิม....ผมมองเส้นผมสีอ่อนของเขา ผมเข้าใจความหมายของคำว่าคนแรกของเขาดี การได้ร่วมรักกันทำให้ผมรู้ว่า ผมไม่ใช่ผู้ชายคนแรกของเขา และนั่นทำให้ผมรู้สึกเจ็บที่หัวใจขึ้นมาเสียดื้อๆ
“ผมยังไม่รู้ชื่อของคุณเลยนะ” เขาพูดขึ้นมาทำให้ผมนึกได้ และรู้สึกว่าตัวเองเสียมารยาทมาก ที่เพิ่งจะมาบอกชื่อเอาป่านนี้
“ผมชื่อจิน เขียนคันจิตัวเดียวกับฮิโตชิ” หลังผมพูดจบ เขายกตัวขึ้น และใช้ปลายนิ้วชี้กดลงมาบนหน้าอกของผม
“ชื่อเพราะจัง จิน...ความเมตตา” เขาพูดขณะลากปลายนิ้วเขียนตัวอักษรตามความหมายของชื่อนั้น
“แต่ผมว่า ชื่อของคุณเพราะกว่านะ ...คาซึยะ...” ผมจำชื่อของเขาได้แม่นยำ ...เขายิ้มมุมปากก่อนเลื่อนกายขึ้นทาบทับผมไว้ทั้งตัว ...สะโพกของเขาแนบชิดกับต้นขาของผมอย่างจงใจ.....
“ถ้าเพราะก็เรียกชื่อผมอีกสิ เรียกอีกหลายๆ ครั้ง แล้วผมเองจะเรียกชื่อของคุณเหมือนกัน....จิน....” เขาพูดและโน้มตัวลงมา...เราจูบกันอีกครั้ง บทเพลงรักที่เราเริ่มใส่ท่วงทำนอง แต่คราวนี้ผมเองจะเป็นฝ่ายบรรเลงทุกตัวโน๊ต และขอให้เขาเป็นคนคอยรับฟังเพลงรักของผม.....
.......
............
.......
....ผมตื่นขึ้นมาในตอนเช้าของอีกวัน ข้างกายของผมไม่มีเขาอยู่แล้ว หลงเหลือไว้เพียงรอยยับย่นและความเย็นเฉียบของที่นอน...ผมลุกขึ้นจากเตียง..อาบน้ำ ชำระล้างร่างกาย แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าชุดเดิม และลงไปยังชั้นล่างของโรงแรม เพื่อถามถึงคนที่ลงมาจากห้องก่อนผม ผมตรงเข้าไปถามที่ล๊อบบี้ เผื่อคาซึยะจะทิ้งอะไรไว้ให้ผมบ้าง แต่กลับไม่มีเลยแม้กระดาษซักใบเดียว.....นี่ผมหวังอะไรอยู่กันแน่นะ?.....
.......
............
.......
ผมกลับไปที่ผับอยู่หลายครั้ง จากที่ไปทุกคืน เหลือเพียงแค่ช่วงสุดสัปดาห์ ตั้งแต่วันนั้นมา กว่าสามเดือนแล้วที่ผมไม่ได้เจอคาซึยะอีก ผมคอยถามจากบาร์เทนเดอร์ของร้านในทุกครั้งที่ไป แต่กลับไม่ได้ข่าวคราวอะไรเลย คาซึยะไม่ได้มาที่นี่ ตลอดสามเดือนผมไม่รู้ว่าเขาหายไปทำอะไรหรือที่ไหน ผมไม่เคยรู้สึกว้าวุ้นใจกับใครแบบนี้ ผมคงไม่มีโอกาสได้พบเขาอีก ทั้งที่ผมหลงรักเขาไปแล้ว....
....ใช่ ผมหลงรักคาซึยะ ผมหลงรักเจ้าของริมฝีปากบางสวยนั้น ตั้งแต่วินาทีแรกที่ผมได้ใกล้ชิดกับเขา...
ผมเลิกหวังที่จะได้เจอคาซึยะอีก ผมเป็นคนหนึ่งที่ผิดหวังเรื่องความรักมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน...
...และนี่..ก็อาจจะเป็นอีกหนึ่งครั้ง ที่ผมปล่อยให้ความรักของตัวเองหลุดลอยไป......
.......
..........
.......
........
.....
วันหนึ่งในฤดูร้อนของปีถัดมา...อากาศที่ร้อนจัดทำให้ช่วงมรสุมมาเร็วมากกว่าทุกปี...ในวันที่ฝนตกลงมาเป็นครั้งแรก ผมกลับไปที่ผับแห่งนั้นหลังจากที่ไม่ได้ผ่านไปเลย สายฝนทำให้ผมเลือกใช้ที่นั่นเป็นที่พักระหว่างรอเม็ดฝนเบาบางลง
คืนนี้ผู้คนดูบางตามากกว่าที่เคย อาจเป็นเพราะฝนทำให้ลูกค้าลดน้อยลงไป....ผมนั่งลงที่เคาเตอร์บาร์ ทักทายกับบาร์เทนเดอร์ประจำร้าน ก่อนสั่งเครื่องดื่มอ่อนๆ พอให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นขึ้น...ผมจิบเครื่องดื่มอย่างช้าๆ สายตาสนใจอยู่เพียงแค่เก้าอีกตัวข้างกัน...บรรยากาศเงียบเหงาในร้าน ทำให้ผมอดนึกดถึงคาซึยะขึ้นมาไม่ได้
เสียงเปิดประตูร้านทำให้ผมละสายตาจากเก้าอี้ตัวนั้น ผมยิ้มให้กับบาร์เทนเดอร์ที่กำลังเทเครื่องดื่มอีกแก้ว ให้ลูกค้ารายใหม่ โดยไม่ต้องรอให้เจ้าตัวเดินมาถึง.....
ลูกค้าคนนั้นนั่งเก้าอี้ข้างตัวผม ผมไม่คิดแม้แต่จะหันไปมอง...ไม่อยากเห็นว่าใครกำลังนั่งทับรอยคนที่ผมได้แต่พร่ำเพ้ออยู่แค่ในความฝัน.....ผมตัดสินใจกระดกแก้วดื่มเครื่องดื่มให้หมดภายในอึกเดียว ก่อนวางเงินและเตรียมลุกออกไปจากร้าน.....
“ฝนยังไม่หยุดตกเลยนะครับ” น้ำเสียงขึ้นจมูกน้อยๆ นั้นเอ่ยขัดขึ้น ผมหยุดชะงักทันที่ และรีบหันกลับไปมองอย่างรวดเร็ว
“อยู่เป็นเพื่อนผมก่อนได้มั้ยครับ?” เขาพูดขณะที่ยกแก้วเหล้าเชื้อเชิญผม....รอยยิ้มแบบเดิมปรากฎขึ้นบนริมฝีปากบางสวยนั้น...ใช่ ไม่ผิดแน่......คาซึยะ.....คนที่ผมเฝ้าคิดถึงมาโดยตลอด
“ผมรอเจอคุณอยู่นานแล้ว ไม่คิดว่ากว่าจะได้เจอกัน จะนานขนาดนี้นะ” เขาพูดพลางจิบเหล้าในแก้ว ทุกอย่างในตัวเขายังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนไปเลย
“คุณไปไหนมา?” เป็นคำถามที่ผมไม่ได้คิดไว้แต่แรก อาจจะเรียกได้ว่า ไม่คิดว่าจะได้ถามแบบนี้อีกแล้ว
“ผมออกตามหาความรักมา” เขาตอบเพียงแค่นั้น...ผมนั่งลงข้างเขา พยายามห้ามหัวใจไม่ให้เต้นแรงอย่างลำบาก
“ผมอยากรู้ว่า ความรักของผมอยู่ที่ไหน และสุดท้าย ผมก็หาคำตอบได้เสียที” เขาวางแก้วลง และหันหน้ามาประสานกับผมตรงๆ
“คุณจะไม่ไปไหนอีกแล้วใช่มั้ย?” ผมถามเขาเสียงแผ่วเบา
“.....อืม...ถ้าเกิดว่านั่นเป็นความต้องการของคุณ...” เขาตอบ และยิ้มให้ผมบางๆ คาซึยะเอื้อมมือมา เขาจับมือของผมไว้ ราวกับจะยืนยันในสิ่งที่เขาพูด
ผมบีบมือของคาซึยะไว้แน่น....บีบแรงให้รู้ว่าเขามีตัวตนอยู่จริง และผมไม่ได้ฝันไป
.....บทสนทนาของเราหยุดลงแค่นั้น ดวงตาของเราสื่อสารออกมาได้มากกว่าคำพูด เราทั้งคู่ออกมายังนอกร้าน...เดินฝ่าสายฝนพรำ...คาซึยะจับมือผมเอาไว้เช่นเดียวกับครั้งแรก แต่ต่างกันที่คราวนี้ ผมจะเป็นฝ่ายพาเขาไปยังที่ๆ ผมและเขาต้องการ................
.
.
.
.
.
.
.
Kuchibirukara… Koi ga Hajimaru (From lips to the love)
….The end…..
สรุปน้องมันรักท่านมั้ยเนี้ยเหอๆทิ้งไปนานขนาดนี้
แต่เหมือนจินรักและบ้าอยู่ฝ่ายเดียวเรยนะ ออกแนวสงสารจินเล็กน้อยเหอๆ
อ่าน้องใจร้ายไปม้ยทิ้งไปขนาดนั้น นานไปป่ะเนี้ย?? ดีนะที่ิจรอ ฮ่าๆ
พี่เคตัดฉากนั้นเฉยเรย ฮ่าๆคิดว่าพี่เคจะแต่งฉากแบบนั้นด้วยซะอีก ฮาๆ
อ่าเอาเรื่องอื่นมาอ่านต่อด้วยๆๆๆ โวยวาย ฮ่าๆ
แต่งหนุกดีออกชอบๆ ฮ่าๆ ผลจากการอ่านโดจินเยอะเปล่าเนี้ย?? แซวได้อีก ฮา